Skip to main content

Post#5-237: NATO vs GIDNOT

Post#5-237:
ไม่ต้องบอกก็รู้...ว่าสังคมที่เราอยู่ มีคน “เก่งพูด” มากกว่า “เก่งทำ”

มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเราจะได้ยินประโยคประมาณว่า “แบบนี้เหรอ...ใครก็ทำได้” มาเข้าหูอยู่บ่อยๆ ในยามที่เราทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาสักอย่าง

ถ้าเมื่อใดที่ได้ยินประโยคบั่นทอนแบบนี้...อย่าไปนอยด์ตามครับ...

ก็แค่หันไปยิ้ม, มองตา แล้วก็พูดใส่หน้าชาว NATO ว่า “งั้น ช่วยทำให้ดูหน่อยสิ”

...

ลองคิดตามผมดู ก็น่าจะเห็นด้วย...

ว่าใครๆ ก็คิดได้, ใครๆ ก็พูดได้ แต่ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้

แล้วถ้าเห็นด้วยกับผม...ก็แปลว่า ทุกคนรู้ดี ว่าสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากชาว NATO ก็คือเรา...”ลงมือทำ”

แล้วก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ...ว่าสิ่งที่เราทำมันจะต้องเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขนาดต้องได้รับรางวัลโนเบล

เพราะสิ่งที่เราลงมือทำจนเกิดผลนั้น...มันได้สร้างความแตกต่างอย่างมากแล้ว...

ความแตกต่างระหว่าง “ความไม่มี” กับ “ความมีอยู่” นั่นไง

...

หลายคนเคยได้ยินมาแล้ว ว่า NATO ย่อมาจาก No Action, Talk Only...หรือแปลว่า “ไม่ลงมือทำ, ดีแต่พูด” นั่นเอง

ส่วน GIDNOT น่ะ...น่าจะไม่เคยได้ยินแน่ๆ เพราะผมบัญญัติขึ้นมาสอนใจตัวเองเป็นหลัก

GIDNOT นั้น ย่อมาจาก Get It Done, Not Only Talk...หรือแปลว่า “ลงมือทำให้สำเร็จ, อย่าดีแต่พูด”

...

ใช่ครับ...แค่ลงมือทำนั้น “ยังไม่พอ”

เพราะถ้าจะลงมือทำ...เราจะต้องมีทั้ง Passion (แรงบันดาลใจ) และ Determination (ความมุ่งมั่น) มาประกอบกัน

...จนมันกลายเป็น Ambition (ความทะเยอทะยาน)

…เป็นความทะเยอทะยานที่จะยกระดับจากแค่ “การลงมือทำ” ให้เป็น “การลงมือทำให้สำเร็จ” โดยไม่ต้องสนใจเสียงของชาว NATO ที่มีอยู่เยอะ บนโลกของชาว Earthling ของเรา...

NoteToSelf:

  • ความสามารถของชาว NATO...คือการท่องไปในโลกจินตนาการอย่างไม่มีวันสิ้นสุด และเชี่ยวชาญมาก กับการพูดถึงความสามารถที่ตัวเองไม่เคยมีอยู่จริง
  • ความสามารถของชาว GIDNOT...คือการแปลงความคิดเป็นการกระทำ และเชี่ยวชาญมาก กับการภาคภูมิใจกับผลงานของตัวเอง โดยไม่ต้องคอยโม้พร่ำเพรื่อ
  • ความสามารถของชาว Earthling...คือการเลือกที่จะเข้าพวกกับชาว NATO หรือ GIDNOT ได้อย่างกลมกลืน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าชาว Earthling คนนั้น รู้ชัดหรือไม่ ว่าอยากเห็นปลายทางของตน เป็นเช่นใด?

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....