Skip to main content

Post#5-250: จำได้ vs เข้าใจ

Post#5-250:
ค่ำนี้ผมนั่งทานข้าวอยู่กับเพื่อนชาวต่างชาติที่คบหากันมานาน

ระหว่างทานข้าว เธอก็ขอคำแนะนำและปรึกษาผมเรื่องเกี่ยวกับการตลาดและการขายทั่วๆ ไป

ผมก็แนะนำเธอไปหลายเรื่องหลายอย่าง...และแน่นอนว่า แต่ละเรื่องแต่ละอย่าง ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย

หากแต่ผมกลับรู้สึกสนุก ^^

สนุกตรงที่มันมีความท้าทายในการคุยเรื่องการตลาดกับการขายให้กับคนที่ไม่มีพื้นฐานในเรื่องเหล่านี้...ให้เข้าใจให้ได้

...

การอธิบายเรื่องบางเรื่องให้คนที่ไม่เคยรู้เรื่องหรือมีพื้นฐานมาก่อน ให้เข้าใจได้นั้น...ก็ถือเป็นมาตรวัดความเข้าใจของตัวเราได้ เช่นกัน

เพราะถ้าเราเข้าใจเรื่องที่เรากำลังอธิบายอยู่ ในระดับที่ดี...เราย่อมต้องสามารถทำให้คนอื่นเข้าใจได้ อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจในภาพรวมของเรื่องที่อธิบาย

ลองทดสอบดูกับตัวเองดูก็ได้ครับ...

เลือกเรื่องที่มั่นใจว่า เราเข้าใจมันได้ดี...แล้วลองอัดคลิปดูเลย เอาแค่สั้นๆ สัก 10-15 นาที

แล้วลองเปิดให้คนที่ไม่มีพื้นฐาน ดู...ถ้าเค้าดูรู้เรื่องหรือฟังเข้าใจ ก็แปลว่า เราเจ๋งพอตัว

...

ผู้คนส่วนมากหลงเข้าใจว่า ตัวเองเข้าใจเรื่องนั้น นู้น นี้ ได้ดีเกินความเป็นจริง

เพราะส่วนมากไม่อาจอธิบายหรือสื่อความให้คนอื่นเข้าใจในเรื่องที่ตัวเราคิดว่าเราเข้าใจได้

แต่รู้อะไรมั๊ยครับ...

ยิ่งเราฝึกฝนการอธิบายเรื่องราวต่างๆ มากขึ้นเท่าไร...เราก็ยิ่งจะเข้าใจและสื่อความได้มากขึ้นและเก่งขึ้นเท่านั้น

...หรือสรุปได้ว่า Practice makes perfect! ครับ...มาลองดูกัน!...

#NoteToSelf:

  • “จำได้” กับ “เข้าใจ” นั้น ไม่เหมือนกัน...เพราะมันใช้ความสามารถของสมองคนละส่วน
  • เมื่อเราเข้าใจ เราจะพึ่งความจำน้อยลง...แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน ก็ยังเข้าใจอยู่ดังเดิม
  • “ความจำ” อาจจำเป็นมากสำหรับการสอบของนักเรียนนักศึกษา...แต่ชีวิตจริง เราต่างต้องอาศัย “ความเข้าใจ” ในการสอบให้ผ่านมหา’ลัยชีวิต

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....