Skip to main content

Post#5-248: Dream Work

Post#5-248:
ให้บังเอิญผมไปสะดุดหูกับวาทะหนึ่งจาก Hell’s Kitchen Season 15 แล้วรู้สึกว่ามัน “ใช่” จริงๆ...ก็เลยอยากนำมาแชร์ครับ

วาทะนั้น ก็คือ “Teamwork makes Dream Work!”

แปลตรงๆ ก็คือ “พลังทีมก่อให้เกิดงานอันน่าเหลือเชื่อ!”

...

แน่นอนว่า วาทะแบบนี้ ทีมไหนๆ ก็พูดกันได้...แต่ไม่ใช่ว่าทีมไหนอยากจะทำก็ทำได้

แม้ว่าทุกคนในทีมจะรู้ ว่ามีแต่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันเท่านั้น จึงจะพิชิตงานใหญ่ตรงหน้าลงได้...

แต่ก็เพราะด้วย ego ของปุถุชน...บ่อยครั้งที่งานที่ต้องใช้พลังทีม จึงกลับต้องจบลงด้วยความล้มเหลว

จริงๆ ผมก็ไม่อยากจะสรุปว่า...ก็เพราะคนเราส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับชัยชนะส่วนตน มากกว่าชัยชนะส่วนรวม

ลองถามตัวเองดูอย่างตรงไปตรงมาครับ...ว่าเราเป็นหนึ่งในคนสาวนใหญ่ที่ผมสรุป รึเปล่า?

...

ไม่ว่าเราจะเก่งกาจเลิศเลอเพียงใด...เราก็ไม่มีวันเอาชนะเงื่อนไขที่ว่า ทุกๆ คนมีเวลาทำงานแค่วันละไม่เกิน 24 ชั่วโมง ไปได้

เมื่อแกนเวลามีจำกัด...เราจึงมีแต่ต้องทำงานให้ได้มากขึ้น เท่านั้น

ดังนั้น การรวมกลุ่มคนเข้าด้วยกัน จึงทำให้เราอาจทำงานได้มากขึ้นในปริมาณเวลาที่จำกัดนั้น

...

แม้ว่าบ่อยครั้ง การทำงานเป็นทีม อาจมีส่วนใดส่วนหนึ่งของงานที่อาจทำให้เราขัดใจไปบ้าง

แต่เชื่อเถอะครับ...ว่ามีงานมากสิ่งหลายอย่าง ที่มันยิ่งใหญ่เกินกว่ากำลังของคนๆ เดียวจะทำให้สำเร็จได้

...

จงจำไว้ ว่าไม่ว่าเราจะยิงประตูได้กี่ประตู หรือจะทำคะแนนได้กี่คะแนน ก็ตาม...

หากว่ามันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทีม แล้วล่ะก็

...มันย่อมไม่อาจเป็น “ชัยชนะของเรา” ไปได้...

#NoteToSelf:

  • บ่อยครั้งที่ชัยชนะของปัจเจกบุคคล ก่อให้เกิดความอหังการ์...แต่ชัยชนะของทีมนั้น ก่อให้เกิดความทระนง
  • งานอันเกินเชื่อว่าจะสำเร็จ...มักมีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เรียกว่า “น้ำหนึ่งใจเดียว”
  • จงจำไว้ ว่าคนเก่งที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ที่ประสบความสำเร็จ...หากแต่เป็น คนที่รู้สึกใช้พลังทีมได้ดีที่สุด ต่างหาก

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....