Skip to main content

Post#3-288: นายหน้า

Post#3-288:
เมื่อเย็นที่ผ่านมา ผมนัดเซ็นสัญญาเช่าสถานที่แห่งหนึ่ง โดยสถานที่แห่งนี้ มีบริษัทนายหน้าเป็นผู้จัดหาให้

ก่อนการเซ็นสัญญา ผมก็ขอเรียกสัญญามาดูก่อน เมื่อเห็นว่าถูกต้องดีแล้ว ผมจึงได้ confirm กับนายหน้า เพื่อเชิญเจ้าของสถานที่มาทำสัญญากัน

แต่ปรากฏว่า สัญญาฉบับที่จะลงนาม มีข้อเปลี่ยนแปลงแก้ไขผิดไปจากฉบับที่ผมอ่าน แถมผู้มาลงนามก็ไม่ใช่เจ้าของ (และบอกกับผมว่าเป็นลูกสาว มากับพี่ชาย) และไม่มีใบมอบอำนาจมาด้วย

ยังครับ ยังยุ่งไม่พอ...สัญญาเช่าเป็นชื่อแม่, คนลงนามเป็นน้องสาว และเงินค่าเช่าล่วงหน้า ให้โอนให้กับพี่ชาย

...

สิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจคือ ทั้งสองท่านไม่ใช่มิจฉาชีพแน่ๆ แต่ผมรับไม่ได้กับความไม่เป็นมืออาชีพของบริษัทนายหน้า

เป็นหน้าที่โดยตรงที่บริษัทนายหน้าจะต้องรู้ว่า การจะทำสัญญาเช่า จะต้องเตือนผู้เช่าและผู้ให้เช่า ในประเด็นใดบ้าง...เพราะตัวเองเป็นตัวกลางให้เกิดพันธะสัญญา และได้ประโยชน์จากการเป็นตัวกลางนั้น

ไม่ใช่มาทำงานแบบเป็นแค่นกพิราบคาบข่าว คือส่งผ่านข้อความระหว่าง 2 ฝ่าย แล้วก็ได้ค่านายหน้าไปง่ายๆ

...

อย่างไรก็ตาม การที่ผมมั่นใจว่าทั้งน้องสาวและพี่ชาย ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ กับเรื่องความถูกต้องของสัญญา...เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง...

ถ้าผมเซ็นสัญญาไป...บริษัทนายหน้าได้รับค่าคอมฯ แล้วก็จบ...แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าวันข้างหน้าผมมีปัญหากับผู้ให้เช่า?

คนเซ็นสัญญาไม่มีอำนาจ และคนรับเงินค่าเช่าล่วงหน้า ไม่มีชื่ออยู่ในสัญญา...เพียงแค่นี้ คนที่ไม่รู้กฎหมายเชิงลึก ก็บอกได้ว่า เป็นความเสียเปรียบเพียงใดสำหรับผู้เช่า

...

บทสรุปจบลงที่ผมตกลงกับผู้ให้เช่าด้วยวาจา ว่าจะเช่าแน่ๆ แต่ขอให้แก้ไขสัญญาให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน

เราต้องยึดความถูกต้อง คิดถึงกรณีที่อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคต...ไม่ใช่มัวมาเกรงใจกัน ในตอนที่ถูกอกถูกใจกัน

เพราะสัญญามีไว้ใช้ตอนมีปัญหากัน ไม่ใช่ตอนที่ยังดีๆ กันอยู่ และอย่าลืมว่า แม้ไม่ได้มีปัญหากัน แต่คนเราไม่ได้จำทุกอย่างได้เสมอไป

...เกิดข้อพิพาทขึ้นเมื่อใด...เราก็จะมานั่งตีอกชกหัวตัวเอง เพราะทั้งเสียเปรียบและเสียใจ...ถึงเวลานั้น จะโทษใครดีครับ?...

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....