Skip to main content

Post#2-28: ทำงานวันหยุด

Post#2-28:
วันนี้เป็นอีกวันที่ผมต้องทำงานวันอาทิตย์ ^^

จริงๆ ก็ต้องบอกว่า ทำงานวันหยุดกับตอนดึกๆ นี่เป็นเรื่องปกติของผมอยู่แล้ว เพียงแต่การนั่งทำงานอยู่กับบ้าน กับการมานั่งเคลียร์งานที่ office นั้น ให้ความรู้สึกที่ต่างกันมาก

แม้ว่าเราจะตั้งใจเพียงใดก็ตาม แต่การทำงานอยู่ที่บ้านจะมีสิ่งดึงให้เราเสียสมาธิได้ง่าย ก็บรรยากาศมันมีความผ่อนคลายในระดับสูงนี่ครับ

ต่างกันที่หากต้องตั้งใจออกจากบ้านเพื่อไปนั่งเคลียร์งานที่ office แบบนี้จะทำให้มีสมาธิมากกว่า และในการทำงานวันหยุดแบบนี้ ไม่ค่อยจะมีสิ่งรบกวน และแน่นอนว่า เราอุตส่าห์ออกจากบ้านมาเพื่อมานั่งเคลียร์งานแล้ว ความตั้งใจจะมีความแรงกล้ากว่านั่งทำงานอยู่กับบ้านอย่างมหาศาล

นี่ผมพูดถึงกรณีที่เราจำเป็นต้องทำงานวันหยุดหรือทำงานนอกเวลานะครับ ที่ถูกน่ะ วันหยุดเค้ามีไว้พักผ่อน ไม่ใช่มีไว้ให้ทำงาน แต่ถ้าถึงคราวที่ความจำเป็นมาถึง ความรับผิดชอบควรมาก่อนสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

คราวนี้ ถ้าไม่สามารถไปทำงานที่ office ในวันหยุดได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ เช่นไม่มีแอร์, ตึกปิด, มันไกล ฯลฯ เราก็สามารถเลือกไปนั่งทำงานที่อื่นได้ ขออย่างเดียวให้ออกจากบ้านเป็นใช้ได้ แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามไปกับครอบครัวหรือนัดเพื่อน (ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเพื่อนที่ทำงานก็แล้วแต่)

ถามว่าทำไมหรือครับ?

เพราะการไปนั่งทำงานนอกบ้าน (ที่ไม่ใช่ office) ก็ทำให้ความตั้งใจทำงานมันลดลงอย่างมากอยู่แล้ว ยิ่งคนกรุงเทพฯ น่ะมีที่ไปน้อย ส่วนมากก็ไปนั่งตามร้านกาแฟในห้างฯ ดังนั้น ถ้าขืนให้มีใครมานั่งรอเป็นเพื่อนหรือรอกลับบ้าน ก็ยิ่งทำให้ productivity ในการทำงานลดลงอีก

เผลอๆ นอกจากงานที่ได้จะไม่เป็นเนื้อเป็นหนังแล้ว ยังกลายเป็นมานั่งเม้าส์ หรือไม่ก็ชวนกันไปเดินเล่นไปซะอย่างนั้น

ใครมีวิธีเจ๋งๆ กรณีที่ต้องทำงานในวันหยุด ก็อย่าลืมมาแชร์กันบ้างนะครับ...เผื่อผมจะได้จำไปใช้บ้าง...ช่วงนี้ทำงานไม่ทันจริงๆ T_T

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...