Skip to main content

Post#2-53: เค้าบอกว่า...

Post#2-53:
เวลามีใครมาบอกว่า "เนี่ย เค้าบอกว่า..." ทีไร ผมเป็นต้องพยายามเตือนตัวเองให้หูหนักๆ ใจแน่นๆ ไว้ก่อน

โดยเฉพาะถ้าขึ้นต้นว่า "เค้าบอกว่า คนนี้เป็นคนไม่ดี..." ผมจะระวังมากกว่าปกติ

ทำไมหรือครับ? งั้นลองมาวิเคราะห์ตามผมดูครับ...

เวลามีใครมาบอกว่า "คนนี้อะเหรอ เค้าบอกว่า เป็นคนไม่ดี..."

คนส่วนใหญ่จะเชื่อมากกว่าไม่เชื่อ หรือไม่เชื่อมากกว่าเชื่อครับ?

แต่ถ้ามีใครมาบอกว่า "เนี่ย คนนี้เค้าเป็นคนดี ชั้นฟังเค้าบอกมา..."

แบบนี้ เราไม่เชื่อมากกว่าเชื่อ หรือเราเชื่อมากกว่าไม่เชื่อครับ?

...

จะแปลกมั๊ยผมไม่ทราบ แต่ยืนยันได้ว่า คนเรามักชอบที่จะฟังและเชื่อเรื่องไม่ดี มากกว่าเรื่องที่ดีๆ

ยกตัวอย่างชัดๆ ก็เช่นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งนั่นไง...มีกี่ครั้งกัน ที่พาดหัวข่าวด้วยเรื่องดีๆ?

...

เคยบ้างมั๊ยครับ ที่เราเชื่อคำบอกเล่าเกี่ยวกับคนที่เราไม่รู้จัก แล้วเราก็เชื่อว่าเค้าเป็นแบบนั้น โดยไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง

ฟังมาว่า คนนี้เลวยังงั้น คนนั้นเลวยังงี้ แล้วเราก็พาลเกลียดเค้า โดยที่เค้าก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้เราเลย ไม่รู้จักเราด้วยซ้ำไป

การไปปักใจเชื่อล่วงหน้าแบบนี้ อาจทำให้เราปิดหัวใจในการมีปฏิสัมพันธ์กับเค้า...ก็แน่ล่ะครับ...ก็ฟันธงไปแล้วนี่นา ว่าเค้าเป็นคนไม่ดี

คนเราลองว่าใจบอดไปแล้ว ตาก็บอดตามไปด้วยล่ะครับ -"-

...

คนที่เราฟังมาว่าเค้าไม่ดี เค้าอาจจะดีอย่างที่เราไม่เคยคิด ส่วนคนที่เค้าลือกันว่าเป็นคนดี อาจจะเลวกว่าที่เราจะคิดไปถึง ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ยิ่งฟังกันมาหลายๆ ทอดนี่ บางทีเรื่องที่เราฟังเกี่ยวกับตัวเค้ามา เทียบกับตัวจริงของเค้า อาจจะพลิกดำเป็นขาว หรือขาวเป็นดำเลยก็ได้ครับ

ดังนั้น ก็อย่าไปด่วนตัดสินใคร เพราะฟังเค้าเล่าๆ มาครับ...เพราะบางครั้ง "เค้า" ที่อยู่ในคำว่า "เค้าบอกว่า..." น่ะ...

เป็นใครเรายังไม่รู้เลย ก็มีครับ -"-

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....