Skip to main content

Post#3-209: เราจะเจอฤดูเก็บเกี่ยวหรือฤดูหนาว?

Post#3-209:
ใน Page นี้ เราคุยกันบ่อยมากๆ เกี่ยวกับความจำเป็นและความสำคัญในการผลักดันให้ตัวเราต้อง "เรียนรู้"

ด้วยตัวของมันเองก็บอกความชัดอยู่แล้ว ว่า เรา "เรียน" เพื่อที่จะ "รู้"

และที่สำคัญกว่าการเก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆ เข้ามาอยู่ในคลังสมองของเราแล้ว...เรายังจำเป็นที่จะต้องแปลงความรู้ต่างๆ นั้น ให้เป็นประโยชน์กับตัวเราให้ได้ด้วยเช่นกัน

...

ผมไปเจอวาทะหนึ่ง...อ่านแล้ว ก็ใช้เป็นเครื่องเตือนใจได้ดีเลยว่า ทำไมคนเราจึงไม่ควรที่จะหยุดเรียนรู้

วาทะนั้นว่าไว้ว่า...

"For the unlearned, old age is winter; for the learned it is the season of harvest."

แปลว่า "สำหรับพวกที่ไม่ใส่ใจที่จะเรียนรู้ อายุมากก็คือฤดูหนาว แต่สำหรับพวกที่ใฝ่เรียนรู้ อายุมากก็คือฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว"

...

ว่าแล้ว ก็ขอบรรเลงเป็นร้อยกรองละกันครับ...

"วันนี้หากไม่คิดจะเรียนรู้
วันหน้าอยู่คงยากนักและขัดสน
ด้วยความรู้เจ้าจึงควรค่าแห่งคน
เฝ้าฝึกฝนวันหน้าเจ้าจักสบาย

วันนี้คร้านวันนี้สุขก็จริงอยู่
วันหน้าถึงสำนึกรู้ก็คงสาย
วันนี้ยังเปี่ยมพลังพร้อมแรงกาย
จึงต้องหมายมุ่งมั่นในทุกวัน

วันหน้าอยากเก็บเกี่ยวความสำเร็จ
วันนี้ต้องหว่านเมล็ดแห่งความฝัน
วันหน้าจึงได้เก็บเกี่ยวผลของมัน
ใช่มาปลงถึงวันวานที่ผ่านเลย

วันนี้จึงต้องมุ่งมั่นจะเรียนรู้
ผิดเป็นครูรู้สิ่งทำใช่นิ่งเฉย
อย่าแค่ทำทำไปอย่างเคยเคย
แต่เป็นความคุ้นเคยที่มั่นใจ

ดังนี้แล้วจึงได้ชื่อว่าเรียนรู้
วันหน้าดูว่าจะฝันเป็นจริงได้
วันนี้มุ่งเรียนรู้จึงก้าวไกล
วันหน้าได้ขอบใจในตัวเรา

วันนี้แม้เป็นหน้าร้อนที่เหนื่อยยาก
ต้องหว่านพืชตากแดดที่แผดเผา
แต่วันหน้าใบไม้ผลิต้อนรับเรา
ใช่หน้าหนาวที่ตัวเราต้องเปล่าดาย"

...การเรียนรู้ จึงเป็นการหว่านพืชในหน้าร้อนของวันนี้ เพื่อให้มันออกดอกออกผลให้เราเก็บเกี่ยวในยามที่เราชราครับ...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...