Skip to main content

Post#3-234: ต้นอ่อนที่เติบใหญ่

Post#3-234:
เช้าวันนี้ ผมมีโอกาสได้ประชุมกับ Digital Agency รายหนึ่ง เกี่ยวกับแผนงานของสินค้าหนึ่งที่บริษัทฯ ของ Partner ชาวต่างชาติและผม กำลังจะวางตลาด

ที่พิเศษสำหรับผม ก็คือ Digital Agency รายที่ว่า เป็นอดีตลูกน้องของผมเอง เมื่อ 3-4 ปีก่อน (สมมติว่า ชื่อ "M" นะครับ)

ที่ผ่านมา ผมก็เจอกับ M อยู่บ้าง...แต่ส่วนมากก็เป็นแค่การมาทานข้าว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องทั่วๆ ไป

พึ่งจะมีวันนี้ ที่คุยกันในสถานะที่ต่างกันออกไป...คือคุยกันแบบเป็นงานเป็นการ คุยในฐานะ Agency กับ Client

...

ตลอดเวลาที่ M นำเสนอแนวคิดและแผนงาน ผมฟังอย่างตั้งใจ...ฟังในฐานะ Client ไม่ใช่ในฐานะอดีตเจ้านาย

ยิ่งฟัง M นำเสนอ...ผมก็ยิ่งมีความสุข...ความสุขนั้น เกิดจากการที่ผมสัมผัสได้ว่า M เติบโตขึ้นมาก...ไม่ว่าจะทั้งด้านวิธีคิดและความมั่นใจ

M ที่เมื่อก่อนจะเป็นแค่ต้นอ่อนในสายตาของผม...มาบัดนี้ ฉายแววว่าจะเติบใหญ่กลายเป็นไม้งามได้แล้ว...

...

แน่นอนว่า M ไม่ได้กลายเป็นไม้งามจากการเพาะบ่มของผม เพราะเราไม่ได้ทำงานร่วมกันมานานแล้ว...แต่ผมก็อดดีใจและภูมิใจไม่ได้ เมื่อเห็นพัฒนาการของเค้า

หลังจากผมแยกไปรับผิดชอบงานใหม่...จากนั้นไม่นาน M ก็ออกมาเปิดบริษัทเอง...เป็นนายตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง และใฝ่ดีด้วยตัวเอง

ต้นอ่อน ที่ชื่อว่า M จึงอาจจะเป็นแบบพิเศษ ที่แตกช่อออกรวงได้ด้วยตัวเอง...โดยไม่ต้องอาศัยใครมาประคบประหงม

...

และแม้เราอาจจะไม่ได้พบต้นอ่อนแบบ M ได้บ่อยๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ต้นอ่อนพันธุ์ดีรองๆ ลงมา (ในองค์กรใดก็ตาม) ก็น่าจะยังมีอีกมาก...

หากได้อาศัยคนเลี้ยง (เจ้านาย) ที่ใส่ใจรดน้ำพรวนดิน, ใส่ปุ๋ย, ให้แสง และช่วยกำจัดศัตรูพืชให้...ต้นอ่อนที่ว่า...ก็น่าจะเติบโตไปเป็นไม้งามได้อย่างเต็มภาคภูมิ

...เมื่อวันที่ต้นอ่อนกลายเป็นไม้ใหญ่...ใครกันนะ ที่น่าจะภูมิใจในต้นอ่อนต้นนั้น มากที่สุด...

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....