Skip to main content

Post#3-219: สงกรานต์ด้วยน้ำใจ ^^

Post#3-219:
บ่ายนี้ ผมมาสิงสถิตอยู่ที่ร้าน หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการไปประชุมกับ Partner ชาวต่างชาติ

แม้ว่ามาที่ร้านแล้ว จะช่วยอะไรเจ้าของร้านตัวจริงไม่ค่อยได้มาก แต่ก็คิดว่า อยากมาช่วยอะไรบ้าง เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี

นอกจากนั้น ก็มาอยู่คอยต้อนรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่พอรู้ข่าวว่าผมเปิดร้านอาหาร ก็ต่างอยากมาให้กำลังใจกันมากมาย

...

แขกคนสำคัญที่สุดของวัน ก็คือแก็งร้านก๋วยเตี๋ยวอาม่า (ที่ผมเขียนถึงไว้ใน Post#3-186) ที่อุตส่าห์เสียสละวันหยุดอันมีค่า มาอุดหนุนผมถึงที่

ที่ผมประทับใจมากๆ ก็คืออาม่ากรุณามาด้วย พร้อมน้อง J และน้อง Y ที่หอบลูกจูงสามีมาพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่

ไม่แค่มาอุดหนุน แต่น้อง Y ยังกรุณาให้คำแนะนำมือใหม่อย่างผมกับน้องหลายเรื่อง ซึ่งล้วนแต่เป็นคำแนะนำที่ผมสามารถนำมาปรับปรุงร้านและกระบวนการทำงานได้อีกมาก

...

นอกจากแก็งอาม่าแล้ว ก็ยังมีอีกหลายคน ทั้งเพื่อนผมและเพื่อนน้องสาว แวะเวียนมาให้กำลังใจและอุดหนุนกันอยู่เนืองๆ

คนที่ยังมาไม่ได้ บ้างก็ช่วย like&share ทั้ง Page ทั้ง Post ให้กับผมและน้องโดยไม่ต้องร้องขอ

มีพี่ที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ถึงกับเสนอความช่วยเหลือให้ไปออกงานเพื่อรับพนักงานอีกด้วยซ้ำไป

...

ที่ผมว่ามาเสียยืดยาวเพียงแค่จะปูพื้นให้คนที่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวได้ทราบว่า

แท้จริงแล้ว เรามีคนที่รักและหวังดีกับเราอยู่รายรอบอยู่มากมาย...บางครั้งเราอาจไม่เคยรู้ว่าเรามี "มิตรแท้" อยู่ใกล้ๆ

แต่เมื่อไหร่ที่เราต้องการแรงสนับสนุน...พลังเหล่านี้จะเสริมให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง

...

ใครก็ไม่รู้ให้นิยามไว้ครับ...

"Good friends are like stars...you don't always see them, but you know there are always there."

แปลว่า "เพื่อนดีๆ ก็เหมือนดวงดาว...ซึ่งคุณอาจจะมองไม่ค่อยเห็นดาวบ่อยนัก, แต่คุณก็รู้ใช่มั๊ย ว่าดาวก็อยู่ตรงนั้นเสมอ."

...

แม้ว่าสงกรานต์ปีนี้ ผมจะยุ่งทั้งเช้าและสาย ไม่มีโอกาสได้เล่นน้ำสนุกเหมือนหลายๆ คนก็ตาม

แต่ผมก็ได้รับ "สงกรานต์น้ำใจ" ที่ทำให้เย็นชุ่มฉ่ำไปทั้งหัวใจเลยทีเดียวครับ

...ขอบคุณทุกแรงใจที่ทำให้สงกรานต์ปีนี้ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมาครับ...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...