Skip to main content

Post#2-165: ลูกน้องที่รัก

Post#2-165:
เคยได้ยินประโยคที่เค้าแซวๆ พวกประจบสอพลอทั้งหลาย ที่ว่า "ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน" กันบ้างมั๊ยครับ?

บอกกันตรงๆ ว่า แม้คนเราจะไม่ชอบให้ใครก็ตามมาขัดคอ ก็จริงอยู่ แต่ถึงขนาดเออออห่อหมกกันไปทุกอย่างแบบที่ยกมาข้างต้น ผมว่าก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ

จริงๆ แล้วการเป็นลูกน้องน่ะไม่ยากเลยครับ แต่การเป็นลูกน้องที่ดีน่ะยากหน่อย เพราะนอกจากจะต้องทำงานตามที่นายมอบหมายมาให้แล้ว ยังต้องรู้จักประพฤติตัวให้นายให้ความเอ็นดูด้วย

แน่นอนว่า เราก็ต้องรู้จักความพอเหมาะพอดีของการประพฤติตัวที่ว่า อย่าให้มันเกินงามจนเราสูญเสียศักดิ์ศรีของลูกจ้างมืออาชีพ อย่าให้มันเกินพอดีจนเพื่อนร่วมงานรู้สึกรังเกียจ และอย่าให้นายรู้สึกว่าเราเออออกับเค้าไปซะทุกเรื่องอย่างคนไร้สติ

ประจบนายแต่พองามนั้นน่ารักน่าเอ็นดู แต่ถ้าเข้าขั้นสอพลอนี่ ผมต้องแอบกระซิบเตือนดังๆ ว่า เรากำลังย่างเท้าเข้าสู่ความหายนะแล้วล่ะครับ

ลองคิดดูว่า ถ้าเราเออออไปกับนายในเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร สุดท้ายถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ดี เราจะทำหน้ายังไงครับ? ลงท้ายคงไม่พ้นโดนนายเกลียดขี้หน้าหาว่าไม่เตือน

ฉะนั้น ถ้ารักนายจริง ต้องรู้จักเตือนหรือท้วงติงนาย ส่วนจะเตือนหรือท้วงติงด้วยวิธีการแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับจริตของนายและกาลเทศะที่เราจะต้องพิจารณาประกอบ

แม้ว่านายอาจจะมีปฏิกิริยาอึดอัดกับการถูกขัดคอหรือท้วงติงบ้าง แต่ถ้าเค้าเป็นนายที่ดี ก็ย่อมจะเข้าใจในเจตนา และย่อมสามารถที่จะวิเคราะห์ถึงเหตุและผลที่เราท้วงติงได้ในที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์บ้าง

สำคัญที่ว่า "ข้อมูล", "เหตุผล", "กาละ" และ "เทศะ" ที่เราเตือนหรือท้วงติงนายน่ะ ควรแก่เหตุ สมแก่กาลหรือไม่

...

จริงอยู่บ้าง ที่บางองค์กรนั้น ความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานอาจจะเกี่ยวพันกับขนาดความยาวของลิ้น แต่คิดบ้างมั๊ยครับ ว่าตำแหน่งที่ได้มาเพราะ "ฝีปาก" ไม่ใช่ "ฝีมือ" น่ะ มันขาด "บารมี" ลูกน้องคนไหนจะให้ความเคารพนับถือ ถ้าจะมีก็อาจจะหมายความว่า เค้าก็คงเป็นพวก "ไร้ฝีมือ ถือฝีปาก" เหมือนๆ กัน

ดีแล้วหรือครับที่จะทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบนี้? ดีแล้วหรือครับที่จะเป็นเจ้านายที่หลงอยู่กับคำป้อยอ? ดีแล้วหรือครับที่หวังจะก้าวหน้าในงานด้วยวิชาลิ้นวายุ?

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะสุดโต่ง เป็นพวก "ไม่ครับพี่ ไม่ดีครับผม ไม่สนครับท่าน" หรือเป็นพวก anti-boss นั่นเอง

...

ประจบได้...แต่อย่าสอพลอ ท้วงติงได้...แต่อย่าหักหน้า ปฏิเสธได้...แต่อย่าหักหาญ วิพากษ์ได้...แต่อย่านินทา (บ่อยนัก)

ดังนี้แล้ว...จึงได้ชื่อว่า "ลูกน้องที่รัก" ครับ ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...