Skip to main content

Post#3-59: ตามหาความสำเร็จ?

Post#3-59:
หนึ่งในปัญหาของใครหลายๆ คนบนโลก ก็คือการดิ้นรนไขว่คว้าและแสวงหาความสำเร็จ

แต่พวกเค้าอาจจะหลงลืมไปว่า "ความสำเร็จ" นั้นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องตามหา...หากแต่เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นเองต่างหาก

คราวนี้ เราต้องทำยังไงล่ะ ถึงจะรู้ว่า เราประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง?

...

ต้องบอกว่า คำถามนี้ ตอบยากครับ...เพราะแต่ละคนก็คงมีนิยามและภาพลักษณ์ของ "ความสำเร็จ" แตกต่างกันออกไป...

ความสำเร็จของเราที่เราอาจมองว่ามันยิ่งใหญ่ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเหลือเกินถ้าไปเทียบกับความสำเร็จของคนอื่น

ในทำนองเดียวกัน เรื่องจิ๊บจ๊อยของเรา มันอาจกลายเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับใครอีกหลายๆ คน

พักไว้ตรงนี้เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวกลับมาคุยต่อ

...

จะว่าไปแล้ว มิติของการนิยามและจินตนาการให้เห็นภาพลักษณ์ของ "ความสำเร็จ" ก็ไม่ต่างไปจากการให้นิยามของ "ปัญหา" นั่นเอง

เรื่องบางเรื่องที่เราเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก...แต่กับสำหรับใครอีกหลายคน เค้าอาจไม่มองว่ามันเป็นปัญหาเสียด้วยซ้ำ

เช่นเดียวกันกับที่ปัญหาของใครหลายๆ คน สำหรับเราอาจจะกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วจนไม่ควรค่าแก่การเรียกว่าเป็น "ปัญหา" ด้วยซ้ำ

...

กลับมาที่เรื่องที่เราค้างกันอยู่ครับ...

ก็แปลว่า ทั้งเรื่อง "ความสำเร็จ" หรือ "ปัญหา" ต่างก็มีความคล้ายกันที่ "มุมมอง" หรือ "ทัศนคติ" ที่เรามีต่อ "ความสำเร็จ" หรือ "ปัญหา" นั่นเอง

เรามอง "ความสำเร็จ" ว่าใหญ่หรือเล็ก หรือเรามองว่า "ปัญหา" นั้น มากหรือน้อย...ล้วนอยู่ที่ว่า เรามองมันด้วย "สติ" หรือ "อคติ"

...

กับคำถามที่ยังตอบไม่ได้ในตอนต้น ว่า เราประสบความสำเร็จแล้วหรือไม่ จึงเป็นเรื่องนิยามของเราเอง ไม่ต้องไปเทียบกับคนอื่นให้เสียเวลา


ถ้าความสำเร็จคือสิ่งที่เราเป็นทั้งผู้ให้นิยามและผู้ลงมือทำแล้วล่ะก็...เราประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ จึงต้องอยู่ที่...

เราคงต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า...เราให้นิยามและตั้งเป้าหมายแห่งความสำเร็จนั้น ไว้ง่ายดายจนต่ำกว่าศักยภาพที่เรามีรึเปล่า?

ความสำเร็จนั้น เหมาะสมกับศักยภาพของเรารึเปล่า...มีเพียงแต่เราเท่านั้นครับ...ที่รู้!

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...