Skip to main content

Post#3-63: Surprise!

Post#3-63:
หลายวันก่อน ผมฝากให้เพื่อนคนหนึ่ง (สมมติว่าชื่อ คุณ P ก็แล้วกันนะครับ) ช่วยคิดหาวิธี surprise เพื่อนของเราอีกคน ในงานเลี้ยง

สารภาพตามตรงว่า จริงๆ แล้ว ถ้าผมคิดเองก็คงคิดได้ แต่ตอนที่ฝากให้คุณ P คิดน่ะ ผมประเมินเอาเองว่า ผู้หญิงด้วยกันน่าจะรู้ใจกันมากกว่า

ว่าแล้ว ผมก็ไม่ได้คิดเรื่องแผนการ surprise อะไรที่ว่าอีกเลย...จนกระทั่งมาถึงเช้าวันงาน...

ระหว่างผมกำลังออกรอบตีกอล์ฟอยู่กับผู้ใหญ่อยู่นั้น...ฉับพลัน ก็มี message จากคุณ P ส่งมาบาดหัวใจผมว่า "คิดไม่ออกว่าจะ surprise ยังไงดี?"

...

ผมอึ้งไปประมาณ 2 วินาที...แว่บแรกก็โทษตัวเองก่อนเลยว่า ทำไมประมาทและทิ้งให้เป็นภาระของคุณ P เพียงลำพัง

แว่บที่สอง ก็แอบงอนเล็กน้อยว่า ทำไมมาบอกเอาวันนี้ว้าาาาา...แล้วผมก็อยู่ในระหว่างออกรอบกับผู้ใหญ่ จะจัดการอะไรก็ไม่ถนัดเอาเสียเลย

สุดท้ายผมก็ปลงว่า คืนนี้ก็คงไม่มี surprise อะไร...เอาน่า อย่างน้อยก็ยังมีงานเลี้ยงอยู่ คงไม่มีอะไรกระทบกับเจ้าของวันเกิด

...

หลังปลงได้...ผมก็ตัดใจเรื่องการทำ surprise แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า คุณ P คิดเรื่อง surprise ไม่ออกเอาจริงๆ หรือว่าจริงๆ แล้วไม่ได้คิดกันแน่?

ไวเท่าความคิด ผมจึงส่ง message ไปเหน็บคุณ P เพื่อนรักของผมว่า "คิดไม่ออก หรือไม่พยายามคิด" กันแน่?

เจตนาที่ผมส่ง message ไปนั้น เพราะผมสงสัยจริงๆ และรับรองได้ว่าไม่ได้มีอารมณ์โกรธเจืออยู่เลย เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไร

...

และแล้วค่ำคืนนั้นก็มาถึง...งานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้น โดยไม่มีวี่แววว่า คุณ P จะมาเสียที...ชั่วโมงนึงก็แล้ว 2 ชั่วโมงก็แล้ว...แต่ในที่สุดคุณ P ก็มาถึง

ใช่ครับ...อย่างที่เดานั่นแหละ คุณ P มาช้าเพราะมัวแต่เตรียมเรื่อง surprise อยู่...และที่สำคัญ คุณ P ไม่ได้แค่ surprise เพื่อนเราเท่านั้น หากแต่มี surprise สำหรับผมด้วย (เหตุเพราะวันเกิดของผมกับเพื่อนของเรา ใกล้ๆ กัน)

ผมอยากจะบอกว่า surprise ที่คุณ P ทำให้ผมนั้น กลายเป็น "ของขวัญที่ดีที่สุด" ชิ้นหนึ่ง ตั้งแต่ผมเกิดมาเลย ก็ว่าได้

...

วันนี้ คุณ P ส่ง message มาหาผมว่า เธอรู้สึกดีที่ได้ทำ surprise ให้เพื่อน และบอกผมว่า เธอคิดได้เพราะประโยคนั้นของผม...

"คิดไม่ออก หรือไม่พยายามคิด?"

ผลลัพธ์ของการคิดแล้วลงมือทำในทันทีนั้น จึงกลายเป็นผลลัพธ์สุดวิเศษอย่างที่ผมว่า

...

จากเรื่องทำ surprise นี้ ทำให้ทั้งผมและคุณ P ต่างคนต่างได้เรียนรู้...

ผมเรียนรู้ว่า อย่าทิ้งให้เพื่อนลำบากอยู่คนเดียว ถ้าใส่ใจถามสักนิด วันนั้นคงไม่ต้องอึ้งไป 2 วิ ^^

ส่วนคุณ P ก็ได้เรียนรู้ว่า "ถ้าพยายามจริงๆ ยังไงก็คิดได้ และหาทางออกสวยๆ ได้แน่ๆ"

...

กลับมาทบทวนชีวิตดูดีๆ ครับ...

ในชีวิตที่ผ่านมา มีกี่ครั้ง ที่เราทิ้งให้เพื่อนเผชิญกับปัญหาตามลำพังโดยไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วย...อย่างที่ผมพลาด?

ในชีวิตที่ผ่านมา มีกี่ครั้ง ที่เราหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า "คิดไม่ออก"...ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เรายังไม่ได้ "พยายามคิด" ต่างหาก?

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...