Skip to main content

Post#3-242: ผลลัพธ์ดีแต่แผนแย่?

Post#3-242:
เช้านี้ผมมีประชุมกับ Vendor รายหนึ่งที่บินมาจากต่างประเทศ...ประเด็นหลักๆ ที่คุยกัน ก็คือ Growth Strategy ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป

ผมทำงานกับฝรั่งมานานมาก...จึงพูดได้เต็มปากว่าในการทำงานกับฝรั่ง (หมายถึง Europe และ USA)...คุณไม่อาจละเลยเรื่องแผนงานได้เลย

ว่ากันที่จริง...ผมใช้คำว่า คุณ "มั่ว" ไม่ได้ น่าจะถูกต้องตรงประเด็นมากกว่า

...

ถ้าคุณคุยกับเค้า ว่าแผนเป็นแบบนั้น แบบนี้ ทำแล้วจะส่งผลแบบนั้น แบบนี้...แต่เมื่อถึงเวลาที่ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ไม่เป็นไปตามแผน เค้าก็ยังจะเข้าใจและรับฟัง...หากว่าคุณสามารถอธิบาย (ไม่ใช่แก้ตัว) ได้ ว่า สาเหตุมาจากอะไร แล้วจะแก้ไขได้ยังไง

ไม่ใช่ว่าเค้าจะสนใจแต่การขอให้ผลลัพธ์ดี แต่เราอธิบายให้เค้าฟังไม่ได้...แบบนี้ เค้าก็ไม่พอใจและไม่ยินดี เพราะมันเป็นเรื่องของความฟลุ๊ค ไม่ใช่ฝีมือ

ที่ฝรั่งสนใจในเรื่องของแผนมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเค้าเรื่องมาก...หากแต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นไปได้

...

หากเราทำแผนได้ดีจนฝรั่งเข้าใจและยอมรับ...แปลว่า ตรรกะในการคิดของเรา "ใช้ได้" และ "เป็นไปได้"

เพราะถ้าแผนนั้น "ใช้ไม่ได้" แปลว่า เค้าก็มองไม่เห็นว่า แผนที่เสนอไปนั้น มันจะเกิดขึ้นจริงได้ยังไง?

ฝรั่งเชื่อว่า เมื่อเริ่มต้น "ผิด" ก็ยากนัก ที่อะไรก็แล้วแต่ที่จะตามมานั้น จะ "ถูก"

...

ผมไม่ได้กำลังจะบอกให้เราเทิดทูนฝรั่ง...แต่ผมกำลังจะบอกว่า วิธีคิดของเค้าในเรื่องนี้ น่าจะเอามาเป็นแบบอย่าง

ถ้าลงว่า ถามว่าจะทำยังไงก็ยังตอบไม่ได้ เอาแต่บอกว่า ให้เชื่อมือและเชื่อใจ...ผมว่ามันก็เลื่อนลอยเกินไป

...เรียกว่า ดูไม่เป็นมืออาชีพเลย ทั้งคนพูดและคนเชื่อ

...

ดังนั้น การเชื่อใจนั้น จึงต้องมีที่มาจากการเชื่อในแผนงานที่นำเสนอ ไม่ใช่เชื่อในตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีที่มาที่ไป...

การเชื่อแต่ตัวบุคคล โดยไม่มีแผนที่จับต้องได้ จึงไม่ต่างจากความฝันครับ...แต่ถ้าจะทำงานจริงๆ เราต้องทำแผน

ส่วนการทำแผนที่ว่า...ผมไม่ได้หมายถึง การทำ Presentation ที่สวยหรู ดูดี...หากแต่หมายถึง "ตรรกะ" (หรือ "วิธีคิด") ของแผนที่จะนำเสนอ...ต่างหาก

...

อย่าลืมว่า แม้ว่าแผนจะดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะต้องดีตามไปด้วย...ระหว่างทางอาจมีอะไรมากระทบให้แผนผิดคาดได้ตลอด

หากแต่ถ้าแผนดี แต่ผลลัพธ์ไม่ดี...จงอย่าเสียใจมากไป เพราะคุณมีโอกาสทำให้มันดีขึ้นได้

ถ้าแผนไม่ดี โอกาสที่จะได้ผลลัพธ์แย่ก็สูงอยู่แล้ว ไม่ต้องแปลกใจ เพราะมันผิดตั้งแต่เริ่ม

ส่วนกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง ก็คือ...ทำแผนได้ไม่ดี แต่ผลลัพธ์กลับออกมาดี...จงอย่าดีใจไป เพราะคุณไม่มีวันจะทำมันได้อีก

...ฟลุ๊ค แล้วได้ใจ ระวังจะช้ำใจในระยะยาวนะครับ...

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....