Skip to main content

Post#3-258: Lunch with the British ^^

Post#3-258:
เที่ยงนี้ ผมนีนัดทานข้าวกลางวันกับเพื่อนเก่าชาวอังกฤษ (สมมติว่า เค้าชื่อ Mr.R ก็แล้วกันนะครับ) ที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 15 ปีมาแล้ว

ต้องบอกว่า ตามธรรมเนียมชาวอังกฤษ เค้ามักจะไม่เปิดบ้านให้ใครมาเยี่ยม หากไม่สนิทกันมากพอ

ที่สำคัญ Mr.R ถึงกับเข้าครัวลงมือทำอาหารให้ผมและครอบครัวทานด้วยตัวเองเลยทีเดียว

...

คนอังกฤษมีความเป็นแบบแผนในตัวพอสมควร, ซึ่งแม้ Mr.R จะมาอยู่เมืองไทยนานมากแล้ว แถมมีภรรยาคนไทย ก็ไม่ทำให้ Mr.R สูญเสียแบบแผนของชาวอังกฤษไป

ทั้งอาหารที่ Mr.R ทำและการจัดโต๊ะอาหาร ล้วนเตือนให้ผมนึกถึงสมัยที่ต้องเดินทางไปอังกฤษบ่อยๆ แทบจะทุกเดือน

มานั่งนึกดู นอกจากชาวเอเชียด้วยกันแล้ว ผมจะค่อนข้างสนิทชิดเชื้อกับคนอังกฤษมากกว่าชาวยุโรปชาติอื่น

...

ว่าแล้วผมก็ขอแชร์ประสบการณ์ Lunch with the British เสียหน่อย...ถือเสียว่าเล่าสู่กันฟังนะครับ

เมื่อไปเยือนบ้านชาวอังกฤษ, เราจำเป็นจะต้องแจ้งให้เค้าทราบล่วงหน้าก่อน ไม่ใช่จู่ๆ อยากจะแวะเข้าไปก็ได้ (ต่อให้สนิทกันยังไงก็ตาม)

อย่างครั้งนี้ เรานัดกันล่วงหน้าเป็นแรมเดือน, เราจะไปกี่โมง, ไปกี่คน, ทานอะไรได้หรือไม่ได้นี่ ผมโดน Mr.R สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว ^^

ยิ่งโดยเฉพาะถ้าไปทาน Lunch หรือ Dinner กับพวกเค้าแล้วล่ะก็ ควรจะมีของติดไม้ติดมือไปฝาก ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาวอังกฤษด้วยก็จะดี

เท่าที่ผมสังเกตและสอบถามเพื่อนชาวอังกฤษ...ส่วนมากของติดไม้ติดมือ ก็จะเป็นพวก Wine หรือ Chocolate หรือขนม...ประมาณนี้นะครับ

...

หากว่าเจ้าบ้านชาวอังกฤษเป็นผู้ลงมือทำอาหารให้คุณทานเอง...ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่อร่อยครับ

เพราะถ้าฝีมือเค้าไม่แน่จริง...รับรองว่าเค้าไม่ลงมือทำเองแน่ๆ เพราะพวกเค้ามีความภาคภูมิในตัวเองสูงไม่แพ้ชาวฝรั่งเศส

แล้วก็อย่าลืมเพิ่มหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับอาหารที่เค้าทำด้วยล่ะครับ...ก็จะทำให้เค้าประทับใจกับการมาเยือนของคุณมากขึ้น

...

มื้อเที่ยงวันนี้...ผมและครอบครัว จึงรู้สึกมีความสุขกับการมาเยือนเพื่อนชาวต่างชาติผู้อารีย์และครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

ทั้ง Pork Loin ที่อบกับซอสกว่า 2 ชั่วโมง, Mixed Salad in Balsamic แสนอร่อย และตบท้ายด้วย Mixed Fruit dressed with Cream Sauce ได้ทำให้มื้อเที่ยงนี้ เป็นหนึ่งในมื้อเที่ยงที่แสนประทับใจของผมและครอบครัว จริงๆ

แถมด้วย ระหว่างทานอาหาร เราก็เปิด Wine ที่ผมเอาไปฝาก Mr.R ก็เลยทำให้อาหารอร่อยมากขึ้นเป็นเท่าทวี...

อารมณ์ประมาณ...ร่ำสุรารสเลิศ กับอาหารชั้นเยี่ยม พร้อมได้สนทนากับสหายผู้รู้ใจ...นั่นเลยครับ

...เรียกว่า ได้สัมผัสเต็มๆ กับ Warm Welcome with Great Food, Good Wine, Sunshine Garden, and enjoying Nice Conversations...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...