Skip to main content

Post#3-257: "ผู้ชนะ" ที่ยั่งยืน

Post#3-257:
หนึ่งในกิจกรรมที่ลูกสาวของผมชอบ ก็คือ การเรียนว่ายน้ำ...เริ่มจากไม่เป็นเลย จนพอจะเอาดีได้บ้าง...ล่าสุด เธอก็ได้รับคัดเลือกให้ติดทีมโรงเรียน...

เปล่าครับ เธอไม่ได้เก่งเลิศเลออะไรเลย แต่เพราะเธอเรียนในโรงเรียนที่ไม่ใหญ่โต จำนวนนักกีฬาว่ายน้ำจึงมีไม่มากเท่าไหร่

กระนั้น เธอก็ภูมิใจไม่น้อย กับการได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่ง TISAC (Thailand International School Activities Conference) เมื่อไม่นานมานี้

...

ผลการแข่งขันน่ะหรือครับ?

เธอแพ้แบบไม่เป็นท่าเลย...แต่ทว่า ผมกลับดีใจที่เธอแพ้

เปล่าครับ ผมไม่ได้แกล้งดีใจ แต่ผมคิดว่า มันเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่เธอจะได้เรียนรู้ว่า ยังมีคนเก่งกว่าเธออีกเยอะ...ฉะนั้น จงอย่าถือตนว่าเก่งที่สุดในโลก

...

แม้คนเราจะไม่ชอบความพ่ายแพ้...หากแต่คงต้องยอมรับว่า ความพ่ายแพ้สอนอะไรให้เราได้มากกว่าชัยชนะ

ผมไม่ได้บอกว่า แปลว่า เราก็ควรจะพ่ายแพ้ไปเรื่อยๆ งั้นสิ?

จริงๆ แล้ว การที่เราเคยได้รู้จักความพ่ายแพ้ก่อนที่จะชนะนั้น จะทำให้เราดื่มด่ำกับชัยชนะได้อย่างเป็นสุขมากกว่า

และที่สำคัญที่สุด มันทำให้เราเข้าใจ "ผู้แพ้" เพราะเราก็เคยเป็น...เราจึงเป็น "ผู้ชนะ" ที่ไม่ "เหลิง"

...

ผมจึงได้ถือโอกาสนี้ ในการสอนลูกให้ทำความเข้าใจกับความพ่ายแพ้...เธอเข้าใจ...และผมก็ยินดี

ผมรู้ว่า เธอจะกลับมาชนะได้ในวันหนึ่ง...

เพราะหากเธอรู้จักเรียนรู้จากความแพ้พ่าย และไม่ตัดใจยอมแพ้ไปเสียก่อน...เธอก็จะเป็นแค่ "ผู้แพ้" แต่ไม่ใช่พวก "ขี้แพ้"

ทันทีที่เธอยอมรับได้ว่า เธอ "เคยแพ้"...เธอก็เข้าใกล้สู่อนาคตของการเป็น "ผู้ชนะ" แล้วล่ะครับ

...

ในเกมชีวิต...ที่ไม่ได้ต่างจากเกมกีฬา...ก็เช่นเดียวกันครับ

เราได้เรียนรู้อะไรกับความผิดพลาดและความแพ้พ่าย?

จะเอาแต่โทษนั่น นู่น นี่, อาจทำให้เรารู้สึกดี แต่ไม่ทำให้เราได้ปรับปรุงตัว หรือพัฒนาให้ดีขึ้น

หรือจะเลือก "ชี้เข้า", แม้ว่ามันอาจจะทำให้เราเศร้าใจอยู่บ้าง แต่มันจะทำให้เราเติบใหญ่ทางความคิดได้แน่ๆ

...และมีโอกาสพลิกกลับมาเป็น "ผู้ชนะ" ที่ยั่งยืน...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...