Skip to main content

Post#3-320: "วันพิเศษ" และ "โอกาสพิเศษ"

Post#3-320:
เที่ยงวันนี้ผมมีนัดทานข้าวกับเพื่อนที่เคยทำงานอยู่ด้วยกัน...แม้จะเจอกันไม่บ่อย แต่เราก็นัดทานข้าวด้วยกันอยู่บ้าง

ถ้าไม่ติดเดินทางต่างประเทศหรือต้องประชุมสำคัญ...ผมมักไม่ค่อยจะพลาด หากเพื่อนนัดมา

การได้เม้าท์มอยส์แบบไม่มีหัวข้อแบบตายตัว...คุยเรื่องนั้น กระโดดมาเรื่องนี้, แซวกันบ้าง, อำกันบ้าง...สำหรับผม ที่ทำอะไรมักจะชอบคิดและวางแผน ถือเป็นการออกจากพื้นที่คุ้นชินแบบหนึ่งครับ

...

ประเด็นหนึ่งที่คุยกันวันนี้ เราว่ากันถึงเรื่อง "วันพิเศษ" และ "โอกาสพิเศษ"

เพื่อนผมคุยถึงเรื่องที่บ้าน ที่แม่ๆ ของเรามักจะเก็บข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะพวกถ้วยชามรามไห และเสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งหลาย เอาไว้...บอกว่า จะเอามาใช้ก็ต่อเมื่อเป็น "วันพิเศษ" หรือ "โอกาสพิเศษ" เท่านั้น

แต่ละคนตีความเรื่อง "วันพิเศษ" และ "โอกาสพิเศษ" ไม่เหมือนกัน...และที่สำคัญ บางคนนั้น "วันพิเศษ" และ "โอกาสพิเศษ" ก็ไม่เคยมาถึง

...

พวกผมคุยกันว่า จริงๆ แล้ว ทุกวันนั่นล่ะครับ คือวันพิเศษ

การที่เราเข้านอนในยามค่ำคืนนั้น...ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่า เราจะได้มีโอกาสลืมตาตื่นในวันรุ่งพรุ่งนี้หรือไม่?

ดังนั้น การที่เรายังมีโอกาสได้มานั่งคุยกัน มีเวลาอยู่ด้วยกัน...จึงถือเป็น "โอกาสพิเศษ" อย่างยิ่งแล้ว

...

บางคนเข้าใจผิดๆ เช่น วันที่ 11 เดือน 12 ปี (20) 13 เวลา 14 นาฬิกา 15 นาที 16 วินาที ช่างถือเป็นวันพิเศษ...เพราะมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

จริงๆ แล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไป มีเพียงครั้งเดียวทั้งสิ้น...เราทุกคนต่างเดินทางไปสู่อนาคตที่ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ และเราไม่อาจจะรู้ล่วงหน้าได้ด้วยซ้ำ

ดังนั้น อย่าไปมัวรอวันพิเศษหรือโอกาสพิเศษอยู่เลยครับ...เพราะวันพิเศษหรือโอกาสพิเศษนั้น ที่จริงแล้วน่ะ มันก็คือ

...วันธรรมดาและโอกาสธรรมดา ที่เราทำให้มัน "พิเศษ" ต่างหาก...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...