Skip to main content

Post#4-185: แง่งามที่แฝงอยู่

Post#4-185:
ด้วยหน้าที่การงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ ส่งผลให้ผมต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง...นับๆ ดู ก็เกินกว่าค่าเฉลี่ยของคนอื่นๆ อยู่ไม่น้อย

น้องๆ หลายๆ คน มักจะบอกว่า "ดีจังเลยพี่ ได้เดินทางบ่อยๆ"...ผมได้แต่ยิ้มให้ โดยไม่ได้ตอบอะไร

...เพราะก่อนหน้าที่ผมจะต้องเดินทางบ่อยๆ แบบนี้ ก็เคยรู้สึกแบบเดียวกัน

...

การเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงานนั้น ต่างจากเดินทางเพื่อไปเที่ยว...มากแบบสุดขั้ว

ทุกครั้งที่ไปทำงาน ล้วนแต่มี Mission กำกับ ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าไม่สำคัญจริงๆ ก็คงไม่ต้องเดินทางให้เสียเวลา...

และคนที่ไป Business Trip ต่างก็รู้ดีว่า ความเครียดที่ต้องแบก Mission เอาไว้...ได้พรากเอาความตื่นเต้นของการไปต่างบ้านต่างเมืองไปมากโขอยู่

...

นอกจาก Mission ที่แบกรับไว้ ก็ยังมีเรื่อง Timeframe ที่จำกัดจำเขี่ย...Business Trip ของผมและใครอีกหลายๆ คน จึงมักเป็น Trip สั้นๆ

ที่ต้องเป็น Trip สั้นๆ ก็เพราะภาระหน้าที่ที่มากมายที่กรุงเทพฯ นั้นรออยู่...ผมจึงต้องรีบไปและรีบกลับ...แบบไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนเดียว นี่เป็นเรื่องปกติมากๆ

บ่อยครั้งที่เวลาอยู่บนเครื่องบิน มากกว่าเวลาที่ใช้ประชุม...ก็มี

...

ยังไงก็ตาม...การที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเอาเสียเลย...ซึ่งผมได้แชร์ไปแล้วใน Post#2-39

แปลว่า แม้ผมจะไม่ได้พิศมัยกับ Business Trip มากนัก...แต่มันก็ทำให้ประสบการณ์ชีวิตของผมเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมากเช่นกัน

เรื่องนี้ จึงสอนใจผมได้เป็นอย่างดีว่า เมื่อเจอสภาพการณ์ที่เราไม่ชอบใจ...อย่ามัวแต่สาปแช่งก่นด่าชะตาชีวิต

...เพราะมันอาจมีแง่งามบางอย่างแฝงอยู่...และรอให้เราค้นพบ...ก็เป็นได้...

#ขึ้นเครื่องบินบ่อยกว่ารถเมล์ #ขาก้าวขึ้นเครื่องก็คิดถึงบ้านแล้ว #เหนื่อยกายแต่สุขใจที่งานก้าวหน้า #มองหาแง่งามให้เจอ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....