Skip to main content

Post#4-196: เถ้าแก่ vs มืออาชีพ

Post#4-196:
ต่อเนื่องจากเมื่อวาน ที่พี่ A กรุณาให้ข้อคิดและเปิดมุมมองให้กับผมไว้นะครับ

ยังมีอีกข้อคิดหนึ่ง ที่ผมชอบใจเหลือหลาย จนนับได้ว่าเป็นแง่คิดในดวงใจของผมเลยก็ว่าได้

ตอนหนึ่งของการสนทนา พี่ A ถามผมว่า "คุณรู้มั๊ย ว่าเถ้าแก่กับมืออาชีพ แตกต่างกันที่ตรงไหน?

...

นั่นสิครับ "เถ้าแก่" หรือ "เจ้าของกิจการ" นั้น ต่างจาก "มืออาชีพ" ที่ตรงไหนกันหนอ?

แตกต่างกันที่เถ้าแก่ลงทุน มืออาชีพลงแรง รึเปล่า?

หรือต่างกันที่ความเป็นเจ้าของ?

ลองคิดดูหน่อยมั๊ยครับ...ผมให้เวลา 5 นาที

...

คำเฉลยของพี่ A ทำให้ผมทึ่งในวิธีคิด

พี่ A เล่าว่า เมื่อกว่า 20 ปีก่อน...จู่ๆ พี่ A ก็สงสัยว่า "เถ้าแก่" กับ "มืออาชีพ" น่ะ ต่างกันตรงไหนหนอ?

ถามใครก็ไม่มีใครตอบได้...หรือถ้าตอบ ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่พี่ A ยอมรับได้โดยดุษฎี

แต่แล้ววันหนึ่งพี่ A ก็ได้คำตอบกับคำถามที่สงสัยมานานปี

คำเฉลยก็คือ "เถ้าแก่" ต่างจาก "มืออาชีพ" ตรงที่ มืออาชีพ นั้น...

"ไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์" นั่นเอง!

...

ผมไม่ได้กำลังจะสรุปว่า "เถ้าแก่" หรือ "เจ้าของกิจการ" ทุกคนน่ะ...ตัดสินใจด้วยอารมณ์นะครับ

แต่เพราะความเป็นเจ้าของนั่นเอง ที่บ่อยครั้งอาจจะใช้อารมณ์มาเป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งในการตัดสินใจ

ส่วนมืออาชีพน่ะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเอาเสียเลย...แต่เพราะต้องทำงานเพื่อตอบโจทย์เจ้าของ จึงมิอาจตัดสินใจโดยอิงอารมณ์เป็นหลักได้

...

หลายครั้งมืออาชีพจึงมีเรื่องขัดใจกับเจ้าของ...เพราะมืออาชีพต้องการทำให้ถูกต้อง ในขณะที่เจ้าของมักต้องการทำให้ถูกใจ

คำถามสำหรับเถ้าแก่หรือเจ้าของ ก็คือ ถ้าต้องการจ้างมืออาชีพมาทำอะไรให้ถูกใจเจ้าของ...สู้ทำอะไรเองตามใจตัวเอง จะดีกว่ามั๊ย?

ส่วนคำถามสำหรับมืออาชีพ ก็คือ ถ้ามัวแต่จะยึดแต่เรื่องความถูกต้อง โดยไม่สนใจความต้องการของนายจ้างเลยน่ะ...แสดงว่า อาจจะยังไม่เป็น "มืออาชีพ" ที่ดีพอรึเปล่า?

เมื่อน้ำยังต้องพึ่งเรือและเสือยังต้องพี่งป่า...ทั้งเจ้าของและมืออาชีพ จึงต้องรู้จักปรับเข้าหากันเสียบ้าง

...

ถึงตรงนี้ ผมก็ขอสะกิดให้เถ้าแก่มือใหม่หรือเจ้าของกิจการป้ายแดง ลองทบทวนตัวเองดู

ว่าเมื่อรู้แบบนี้แล้ว..."เถ้าแก่" หรือ "เจ้าของกิจการ" นั้น ควรอย่างยิ่งที่จะสวมวิญญาณของมืออาชีพในขณะทำงาน

ลองคิดดูสิครับ ว่า "เถ้าแก่" ที่ไม่ทำอะไรตามแต่อารมณ์เป็นใหญ่ หากแต่ยึดเหตุผลเป็นหลักสำคัญน่ะ...จะมีศักยภาพขนาดไหน!

...หากใครอยากจะเป็นเจ้าของกิจการยุคใหม่ ที่ประสบความสำเร็จน่ะ...ควรใช้สัญชาตญาณเป็นแรงบันดาลใจ แต่ตัดสินใจด้วยตรรกะและเหตุผล...น่าจะเป็น Combination ที่ทรงพลังที่สุดล่ะครับ...

#มืออาชีพไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ #เจ้าของมืออาชีพเป็นเลเวลอัพของเจ้าของทั่วไป #ใช้แรงบันดาลใจเริ่มต้นแต่สำเร็จด้วยตรรกะที่ถูกและควร

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....