Skip to main content

Post#4-190: อะไรกำหนดชะตากรรม?

Post#4-190:
อย่างที่เคยคุยให้ฟังไปหลายครั้งอยู่เหมือนกันครับ...สิ่งหนึ่งของคนเราที่เปลี่ยนได้ยากที่สุด ก็คือ "Attitude" (แปลว่า "ทัศนคติ")

แปลคำว่า "ทัศนคติ" ให้เป็นภาษาบ้านๆ อีกนิด ก็คือวิธีคิดและวิธีเชื่อของคนเรานั่นเอง

ลองคิดตามผมไปด้วยนะครับ...ว่าจริงมั๊ย ที่เมื่อเราคิดอะไร เราก็มีแนวโน้มที่จะทำการใดๆ ก็ตามเพื่อตอบสนองวิธีคิดและวิธีเชื่อของเรา นั่นเอง

นั่นแปลความได้ชัดเจนว่า ตราบใดที่เรายังมองโลกแบบเดิม...เราก็จะไม่มีวันได้คำตอบที่ต่างจากเดิมแน่ๆ

...

เมื่อเราคิดแบบเดิมและทำแบบเดิม...เราจึงมักได้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยจะต่างจากเดิม

แม้ว่าผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประกอบกัน...แต่ปัจจัยภายในนั้น ทรงอิทธิพลกับเราเป็นอย่างมาก

...มากพอที่จะทำให้เราปรับพฤฒิกรรมให้สอดรับกับความผันแปรของปัจจัยภายนอก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่เราคิด...โดยที่บ่อยครั้งเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

เราจึงมักหลงเชื่อไปว่า "ชะตากรรม" เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้...ทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว

...

แท้ที่จริงแล้ว ชะตากรรมจึงผูกพันอย่างลึกซึ้งกับวิธีคิด (Post#194) โดยที่เราอาจไม่ทันได้ฉุกคิดมาก่อน

ดังนั้น หากยังดื้อรั้นที่จะไม่เปลี่ยนความคิดและความเชื่อ...ชีวิตของเราก็ย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

เมื่อเรายังคิดแบบเดิม เชื่อแบบเดิม...เราก็ยังคงจะพูดแบบเดิมๆ, ทำแบบเดิมๆ และแน่นอนว่า จะยังคงตกอยู่ในวังวนแบบเดิมๆ

ดังนั้น อย่ามัวไปโทษฟ้าโทษดิน แต่จงหันมาพินิจพิจารณาตัวเองให้ดี

...

อยากเปลี่ยนแปลงชะตากรรม จึงต้องเริ่มจากอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

และหากอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด

...จะออกจากดักแด้ไปเป็นผีเสื้อแสนสวย หรือดักดานตายคารังไหม...เราล้วนต้องเป็นคนคิดและเลือกเองครับ...

#ความคิดนำไปสู่คำพูด #คำพูดนำไปสู่การกระทำ #การกระทำนำไปสู่นิสัย #นิสัยนำไปสู่ชะตากรรม #เปลี่ยนชะตากรรมจึงต้องเริ่มจากเปลี่ยนความคิด #อิทัปปัจจยตา #ปฏิจจสมุปบาท

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...