Skip to main content

Post#3-22: อิฐ 2 ก้อน

Post#3-22:
บ่อยครั้งในชีวิต...ที่เราอาจทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง...บ้างเป็นเรื่องเล็ก และบ้างก็เป็นเรื่องใหญ่

หลายๆ ครั้งที่เรามักจมจ่อมอยู่กับความผิดพลาดนั้น จนทำให้ชีวิตของเราไม่อาจก้าวไปไหน...เฝ้าแต่คิดวกวนวุ่นวายอยู่กับอดีตที่ผิดพลาด

อย่ากระนั้นเลยครับ...มาลองอ่านเรื่องนี้ดูดีกว่า

...

เรื่องนี้ มีชื่อว่า อิฐ 2 ก้อน กับมุมมองที่เปลี่ยนไป...

พระอาจารย์ปีเตอร์ พรหมวังโส หรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษฐ์หลวงปู่ชา สุภัทโธ ก่อนจะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณใกล้เมืองเพิร์ธ ที่ออสเตรเลีย เมื่อปี 2526

พระอาจารย์พรหมฯ เล่าว่า... หลังจากซื้อที่ดินแล้วเงินก็แทบไม่เหลือ ต้องสร้างวัดด้วยมือของตัวเอง ตั้งแต่ผสมปูนจนถึงการก่อกำแพงอิฐ...

ท่านเล่าว่า.. ตอนที่ลงมือทำ ก็รู้สึกว่าได้ทำอย่างประณีตที่สุด จนกระทั่งกำแพงอิฐเสร็จสิ้นลง...แต่พอถอยออกมายืนดู ก็พบว่า ก่ออิฐพลาดไป 2 ก้อน!

อิฐกำแพงเรียงเรียบสวย แต่มีอยู่ 2 ก้อนที่เอียงๆ

พระอาจารย์พรหมฯ ขอเจ้าอาวาส ทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม...

จากนั้นเป็นต้นมา...ทุกครั้งที่พระอาจารย์พรหมฯ พาแขกเยี่ยมวัด ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขก เดินผ่านกำแพงบริเวณนี้...เพราะอายที่ก่ออิฐผิดพลาดไป 2 ก้อน

จนกระทั่งวันหนึ่ง...พระอาจารย์พรหมฯ กำลังเดินกับผู้มาเยี่ยมวัดคนหนึ่ง...เขาเห็นกำแพงอิฐนี้ แล้วก็เปรยขึ้นมาว่า "กำแพงนี่สวยดี"

พระอาจารย์พรหมฯ ถามด้วยอารมณ์ขันว่า..."คุณลืมแว่นสายตาไว้ที่รถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่า มีอิฐ 2 ก้อนที่ก่อผิดพลาด จนกำแพงดูไม่ดี"

แต่แล้ว ผู้มาเยี่ยมชมคนนี้ ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พระอาจารย์พรหมฯ เปลี่ยนแปลงทัศนคติทั้งหมดที่เคยมีต่อกำแพงนี้ พร้อมกับเปลี่ยนแง่มุมที่มีต่อชีวิต...

ผู้เยี่ยมชมคนนั้นบอกว่า..."ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดี 2 ก้อนนั้น แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่า...มีอิฐอีก 998 ก้อน ที่ก่อไว้อย่างสวยงาม"

"นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ที่อาตมาสามารถมองเห็นอิฐก้อนอื่นๆ บนกำแพงนั้น นอกเหนือจากเจ้า 2 ก้อนที่เป็นปัญหา...

ไม่ว่าจะเป็นอิฐที่อยู่ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวา ของเจ้าอิฐ 2 ก้อนนั้นล้วนแต่เป็นอิฐที่ก่อไว้อย่างดีไม่มีที่ติ...ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนอิฐที่ดี มีมากกว่าเจ้าอิฐไม่ดี 2 ก้อนนั้น"

ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา.. สายตาของพระอาจารย์พรหมฯ เฝ้ามองแต่อิฐ 2 ก้อนนั้น  ท่านยอมรับว่าสายตาของท่านมืดบอดต่อสิ่งอื่นๆ...ท่านอยากทลายกำแพง เพราะมองเห็นแต่อิฐ 2 ก้อนที่ผิดพลาด

แต่ทันทีที่ความรู้สึกเปิดกว้าง มองเห็นอิฐก้อนดีๆ จำนวนมากบนกำแพงนี้...กำแพงเดิมที่อยากทลาย ก็กลับงดงามขึ้นมาทันที...

"ใช่ ... กำแพงนี้สวยดี"

พระอาจารย์พรหมฯ หันไปบอกกับผู้มาเยี่ยมคนนั้น

จนถึงวันนี้...พระอาจารย์พรหมฯ ก็นึกไม่ออกแล้วว่า...อิฐก้อนที่ผิดพลาด 2 ก้อนนั้นอยู่ตรงไหนของกำแพง

“ทัศนคติ” ในการมองโลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อิฐ 2 ก้อนนั้นเลือนหายจากความทรงจำ

พระอาจารย์พรหมฯ เปรียบเปรยว่า คู่ชีวิตที่ตัดสัมพันธ์ หรือหย่าร้างกันก็เพราะทั้งคู่เพ่งมองแต่ "อิฐที่ไม่ดี 2 ก้อน" ในตัวคู่ชีวิตของเขา...

คนที่คิดท้อแท้ อยากฆ่าตัวตายก็เพราะเรามองเห็นแต่ "อิฐ 2 ก้อน" ในตัวเราเอง ทั้งที่ในความเป็นจริง นอกจาก "อิฐ 2 ก้อน" ที่ผิดพลาดแล้ว ยังมี "อิฐก้อนที่ดี" และ "อิฐก้อนที่ดีจนไม่มีที่ติ" มากมายอยู่ในตัวเรา เพียงแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้น

ท่านอาจารย์พรหมฯ เตือนสติว่า...

อย่าให้ความผิดพลาดของ "อิฐที่ไม่ดี" เพียง "2 ก้อน" ทำให้เราต้องทำลายกำแพงดีๆ จนพัง...

...

เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่คนเรามักมองเห็นแต่จุดด้อยหรือข้อผิดพลาด และมักมองไม่เห็นจุดดีหรือข้อเด่นในตัวเราและคนรอบข้าง

แต่เมื่อเราพิจารณาให้ถ่องแท้...ย่อมพบว่า คนที่มีแต่จุดด้อยหรือข้อผิดพลาดนั้น ไม่มีอยู่ในโลก

อย่ามัวแต่จมจ่อมกับ "อิฐ 2 ก้อน" ที่พระอาจารย์พรหมฯ ท่านสอน แต่ให้มองถึง "อิฐ 998 ก้อน" ที่ผู้เยี่ยมชมให้สติ

ก่อนจะให้อภัยคนอื่นได้...ต้องหัดให้อภัยตัวเองให้เป็นครับ ^^

Cr: http://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=5895

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...