Skip to main content

Post#3-9: Smile!

Post#3-9:
หลายๆ คนเมื่อเจอความทุกข์หนักๆ ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน ก็มักจะเก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร

บางครั้งการปล่อยให้น้ำตาไหลก็ดีอยู่เหมือนกัน จะได้ชะล้างตะกอนแห่งความเศร้าที่นอนก้นอยู่ข้างใน ให้มันละลายไหลออกมาบ้าง

แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่ง ที่นับว่าได้ผลไม่น้อย ในยามที่เราต้องเจอความทุกข์ก้อนเล็กๆ มากระทบ...นั่นก็คือ การยิ้มสู้กับมัน

...

จะว่าเป็นเรื่องแปลกก็ใช่อยู่เหมือนกันครับ ตรงที่ว่าข้างในใจของเราจะไม่สามารถจมอยู่ในความทุกข์ได้...ในทันทีที่เราฉีกยิ้ม

ผมหมายถึง เราต้องฉีกยิ้มกว้างๆ อย่างเต็มที่นะครับ ส่วนการอมยิ้มหรือยิ้มกร่อยๆ นั้น ไม่นับครับ...และอย่างที่บอกครับ ฉีกยิ้มได้ปุ๊บ...ไอ้ความรู้สึกหนักๆ ที่อยู่ในใจก็ดูเหมือนจะหายไปชั่วขณะปั๊บ ^^

ฝรั่งเองก็มีวาทะเตือนใจให้เรารู้ว่า การยิ้มสู้กับปัญหานั้น สำคัญไฉน...เค้าว่าไว้อย่างนี้ครับ

"Let your smile change the world. Don't let the world change your smile." แปลว่า "จงให้รอยยิ้มของคุณเปลี่ยนแปลงโลก แต่จงอย่าปล่อยให้โลกมาทำให้รอยยิ้มของคุณเปลี่ยนแปลงไป"

...

อ่านจบแล้ว เข้าถึงความหมายที่เค้าต้องการจะบอกเราบ้างมั๊ยครับ? 

ถ้าตามภาษาลิเกบ้านๆ ของผมก็ต้องบอกว่า "เมื่อเรายิ้ม โลกก็จะยิ้มไปกับเราด้วย แต่ยามที่เรารู้สึกว่าโลกป่วย (หรือโหดร้ายกับเรา) เราก็ไม่จำเป็นต้องป่วยไปกับโลกนี่นา"

ลองดูก็ได้ครับ ตอนนี้ใครที่กำลังรู้สึกว่า ใจมันอ่อนเปลี้ยเพลียแรง หรือรู้สึกมันหนักๆ อยู่ข้างใน...ลองฉีกยิ้มให้เต็มที่ให้กับกระจกดู

เอารึยังครับ หนึ่ง...สอง...สาม...ยิ้มเลย :)

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...