Skip to main content

Post#314: มารยาทของการขาดประชุม

Post#314:
เมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา ผมอารมณ์ขุ่นนิดหน่อย เพราะลูกน้องขาดการประชุมโดยไม่ได้ขออนุญาต

จริงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไร แต่ผมคิดว่า น้องคงยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ จึงไม่รู้ว่าอะไรเป็นเรื่องควรหรือไม่ควร

ถ้าเป็นการเรียกประชุมกะทันหันแล้วลูกน้องไม่อยู่หรือไม่พร้อมประชุม ผมรับได้และเข้าใจได้เสมอ แต่ถ้านัดล่วงหน้าก็แล้ว ให้เลขาฯ ส่งเมล์คอนเฟิร์มก็แล้ว ยังกล้าที่จะขาดประชุมอีกนี่ ผมก็แอบงงแอนด์หงุดหงิดนิดๆ เพราะไม่เข้าใจวิธีคิดแบบนี้

ที่สำคัญคือ ไม่ได้โทรมาลาหรือแจ้งให้ใครทราบ จนผมให้ตามตัว จึงได้ทราบว่าไปหาลูกค้าข้างนอก แต่กลับมาไม่ทัน ก็เลยไม่มาแล้ว

ผมแอบนึกในใจ "อ้าว! แล้วเมิงไม่คิดจะแจ้งให้ชาวบ้านชาวช่องรับรู้เลยหรือไง (วะ) แล้วประชุมนี่ จัดขึ้นเพื่อเมิงเลย เชิญซัพฯ ซึ่งเป็นคนนอกมาด้วยเนี่ย"

เป็นอันว่า ผมต้องประชุมไปโดยไม่มีน้องเค้า และคงต้องไปนั่งเสียเวลาอธิบายงานให้ฟังอีก แทนที่วันนี้จะสรุปงานได้

ที่เด็ดกว่านั้นคือ น้องคนนั้นเค้า "ฝาก" น้องอีกคน มาขอโทษผม ทั้งๆ ที่เค้าควรจะโทรมาขอโทษด้วยตัวเอง

ความจริงเรื่องนี้เป็นมารยาทพื้นฐานในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ยิ่งโดยเฉพาะการทำแบบนี้ เสมือนเป็นการไม่ให้เกียรตินาย แบบนี้หาทางเจริญได้ยากครับ

ผมไม่ได้อยากจะมากเรื่อง หรือเจ้ายศ แต่ผมคิดว่า ผมจำเป็นต้องจัดเลกเชอร์ให้น้องเค้านิดหน่อยเมื่อเจอกัน เพื่อปรับวิธีคิดและสอนมารยาททางสังคม ไม่งั้นไปทำกับคนอื่น จะกลายเป็นเสียมาถึงนายได้

ผมเองซะอีก ที่เมื่อต้องยกเลิกประชุมหรือเข้าประชุมสาย ยังต้องโทรศัพท์ไปขอโทษลูกน้องด้วยตัวเอง เพราะอยากให้เค้ารับรู้ว่าเราแคร์และให้ความสำคัญกับเค้า ไม่ใช่เค้าเป็นลูกน้อง จะยังไงก็ได้

ที่ร่ายมาซะยืดยาวนี่ ไม่ได้มีอารมณ์โกรธเหลือแล้วล่ะครับ เหลือแต่ความเซ็งเล็กๆ เท่านั้น

วันศุกร์แล้วนี่นา งั้นก็ทิ้งความเซ็งนี้ไว้เท่านี้นะครับ


อิอิ บ่นแล้วตีจาก ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...