Skip to main content

Post#324: ชีวิตมันต้องเรียนรู้ทุกวัน

Post#324:
เช้าวันนี้ผมเล่นเกมสนุกๆ นิดๆ หน่อยๆ กับทีมงาน ^^

เกมก็ง่ายๆ ครับ คือผมให้จับกลุ่มกัน กลุ่มละ 5 คน เมื่อครบแล้วผมก็จะให้ท่อง "ค่านิยมองค์กร" เกมง่ายมั๊ยครับ?

ผมเชื่อว่า ก่อนที่พวกเค้าจะทำตามค่านิยมองค์กรได้ เค้าต้องท่องให้ได้ก่อน เหมือนก่อนจะวิ่งได้คล่อง ก็ต้องเริ่มจากยืนให้เป็นก่อน ประมาณนั้น

บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ประเมินคร่าวๆ ผมเชื่อมั่นว่า แต่ละคนจะจดจำค่านิยมองค์กรได้มากขึ้น และไม่ลืมสำทับว่า เดี๋ยววันจันทร์หน้าทดสอบใหม่ >_<"

คราวนี้ ระหว่างที่เค้ากำลังง่วนจับกลุ่มกัน ผมก็แอบสังเกตทีมงาน พบว่า แต่ละกลุ่มแต่ละคนมีวิธีการจับกลุ่มที่แตกต่างกัน แต่โดยมากเลือกจับกลุ่มกับคนที่ยืนใกล้ๆ กัน เลือกจับกลุ่มกับคนที่สนิทสนมกันก่อน ก็ไม่แปลกครับ เป็นธรรมชาติของคนปกติทั่วไป

กับบางกลุ่ม จับกลุ่มได้ไม่ครบ แทนที่จะขวนขวายหาสมาชิกให้ครบ พวกเค้าเลือกที่จะนิ่ง แล้วรอ บางคนหนักกว่า คือกะตีเนียน จะไม่ยอมมีส่วนร่วม แต่ก็มีบางกลุ่มที่แสดงความกระตือรือร้น ไม่ครบ 5 คน ก็พยายามถามไถ่ หาคนเติม ฯลฯ

นี่เป็นการทำให้ผมสังเกตอุปนิสัยใจคอและความขวนขวายของทีมงานได้ในระดับหนึ่ง

เรียกว่า ชุลมุนพอควรกว่าจะจับกลุ่มกันครบ >_<" งานที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่ไม่ได้ให้เตรียมตัวล่วงหน้า กลับทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด - นี่เป็นเรื่องที่สองที่ผมสังเกตได้

พอเริ่มการแข่งขัน ก็เฮๆ ฮาๆ ท่องผิดบ้างถูกบ้าง เป็นเรื่องปกติ บางคนดูโพยแบบเนียนๆ บางคนก็ดูโพยแบบโจ๋งครึ่ม บางคนก็จำได้จริงๆ แต่บางคนฟังคนอื่นพูดเป็น 10 เที่ยว ก็ยังท่องผิด

จริงๆ เรื่องนี้ รณรงค์กันมาเกือบเดือนแล้วครับ แต่ก็ยังไม่ได้เข้มข้นติดตามกันเป็นจริงเป็นจัง

สรุปได้ว่า เรื่องง่ายๆ ถ้าไม่ใส่ใจทำ ผลลัพธ์ก็แย่อย่างไม่น่าเชื่อ - นี่เป็นเรื่องที่สามที่ผมสรุปได้จากกิจกรรม

คราวนี้ ผมพลิกเกม ด้วยการบอกว่า เที่ยวเมื่อกี้นี้ซ้อม เที่ยวนี้เอาจริง แล้วก็เริ่มแข่ง ผลลัพธ์ที่ได้ก็แน่นอนว่าดีขึ้น ผิดพลาดน้อยลง

สรุปได้ว่า ความชำนาญในงานเกิดขึ้นได้จากการทำซ้ำๆ - นี่เป็นจุดสังเกตเรื่องที่สี่ จากกิจกรรมเดียวกันนี้

กิจกรรมที่เหมือนไร้สาระ กลับมีสาระและจุดสังเกตมากมาย ให้เรานำไปคิดต่อและปรับปรุง แน่นอนครับว่า ในการทำงานมีเรื่องมากมายที่เราต้องหมั่นวางแผน ทบทวน ทำซ้ำ และปรับปรุงให้ดีขึ้น

เพราะชีวิตเราต้องเรียนรู้อยู่ทุกวันล่ะครับ เห็นด้วยกันมั๊ยเอ่ย ^^



Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...