Skip to main content

Post#2-224: Yiwu Commodity Market

Post#2-224:
เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ ผมมีอันต้องมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีน

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วง Guangzhou Fair (กวางเจาแฟร์) ดังนั้น Flight จึงค่อนข้างแน่นถึงแน่นมาก เพราะใครๆ ก็ตามที่อยู่ใน field ของ trading ต่างก็ต้องมางานนี้

แต่สำหรับผม ผมมาที่นี่เพียงเพื่อจะต่อเครื่องตรงไปยังเมืองอี้อู่ เพื่อที่จะมาปฏิบัติภารกิจ 2 เรื่อง

หนึ่ง คือ เพื่อมางานแต่งงานของเพื่อนชาวจีน และสอง เพื่อมาเยือน China Commodity City (CCC)  หรือที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนาม Yiwu Commodity Market ซึ่งได้รับการยกย่องจาก UN และ World Bank ว่าเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประเภท commodity (แปลว่า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ) ขนาดเล็ก ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ถามว่า CCC นั้น ใหญ่ขนาดไหนเหรอครับ?

เอาเป็นว่า วันนี้ผมเดินสำรวจพร้อมกับแวะเจรจาธุรกิจกับบางร้านค้า เริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนเกือบ 5 โมงเย็น ผมเดินได้แค่ครึ่ง floor เท่านั้นล่ะครับ...

ถ้ายังคิดภาพไม่ออกว่าพื้นที่ใหญ่ขนาดไหน ผมสรุปเพิ่มให้ว่า กรณีที่ใครสนใจจะเดินให้ครบทุกตึกทุกชั้น คิดว่าคงตายซะก่อน เพราะ Yiwu Commodity Market นี้ มีพื้นที่ทั้งสิ้นถึง 5.5 ล้าน ตารางกิโลเมตร

อ่านไม่ผิดหรอกครับ พื้นที่ใหญ่ขนาดนั้นจริงๆ -"-

ถ้าถามว่า Yiwu มีอะไรขายบ้าง ผมเองก็ตอบไม่ได้หมด แต่ถ้าถามว่าไม่มีอะไรขายบ้าง ก็น่าจะตอบได้ง่ายกว่า...หรือสรุปได้ว่า มีขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ น่าจะตรงกับที่นี่ที่สุดล่ะครับ (อย่าลืมว่าเป็นพวกข้าวของเครื่องใช้ขนาดเล็กนะครับ)

หากแต่ถ้าเป็นพวก Electrical Device ต่างๆ แล้ว ไปที่ Shenzhen จะมีครบถ้วนมากกว่า (ซึ่งในแต่ละเมืองอุตสาหกรรมของจีนก็จะมีโรงงานที่เชี่ยวชาญการผลิตสินค้าที่ต่างกัน)

เรียกได้ว่า ใครคิดจะเป็น Trader แล้วล่ะก็ ถ้ายังไม่ได้มาเยือนที่นี่ ผมถือว่ายังไม่ได้ปริญญานะเออ!

* หมายเหตุ: ใครสนใจค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้ต่อ เชิญได้ที่ http://en.m.wikipedia.org/wiki/Yiwu

ส่วนใครสนใจว่าจะหาซื้ออะไรที่ CCC ได้บ้าง ก็เชิญที่ http://en.yiwugou.com/market/index.html

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...