Skip to main content

Post#2-226: ธุรกิจ "กงสี"

Post#2-226:
ช่วงค่ำวันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเกี่ยวกับการทำธุรกิจครอบครัวของคนจีน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ "กงสี"

ว่ากันที่จริง ความยากของการทำธุรกิจกงสีนั้น แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เรื่องอื่น แต่อยู่ที่เครือญาตินั้นมีระเบียบวินัยและรู้หน้าที่ของตนหรือไม่

คนที่อยู่ในกงสี ต้องมีสำนึกแห่งความเป็นเจ้าของเป็นอย่างสูง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักพบว่า การตีความหมายของการเป็นเจ้าของนั้น "ไม่ถูกต้อง"

การเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น ไม่ใช่จะทำอะไรตามใจได้ทุกอย่าง ยิ่งอยากให้ลูกน้องมีวินัย ตนเองยิ่งต้องเข้มงวดมากขึ้นเป็นเท่าทวี

การเป็นหนึ่งในกงสี จึงไม่ใช่ทำอะไรก็ได้เพราะถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของ แต่ทุกคนในกงสีจำต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจน

ก็ในเมื่อมีลูกจ้างมืออาชีพได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนในกงสีจำต้องฝึกให้ตัวเองเป็นเจ้าของมืออาชีพให้ได้...

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็หมายความว่า ตัวเองต้องเป็นเจ้าของที่ทุ่มเทและรับผิดชอบมากกว่าลูกจ้าง ไม่ใช่ถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของจะทำยังไงก็ได้ มาทำงานกี่โมงก็ได้ เลิกงานกี่โมงก็ได้ หรือใช้เงินยังไงก็ได้

...

ความล้มเหลวของกงสี จึงมักไม่ได้เกิดจากขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ แต่มักจะเกิดจากการขาดสำนึกในการเป็นเจ้าของมืออาชีพมากกว่า

โดยเฉพาะลูกหลานที่เติบโตขึ้นมาในยามที่รุ่นปู่หรือพ่อตั้งตัวได้แล้ว ยิ่งต้องถูกฝึกให้มีจิตสำนึกของความเป็นเจ้าของมืออาชีพมากกว่าปกติ

เมื่อทุกคนในกงสีแบ่งหน้าที่ชัด มีวินัยดี และมีความรับผิดชอบแบบเจ้าของมืออาชีพ ธุรกิจกงสีจึงจะแสดงศักยภาพในแบบที่ธุรกิจในรูปแบบตะวันตกไม่มี...

สิ่งนั้นก็คือ รูปแบบเฉพาะในการบริหารที่ผมขอเรียกว่า "One for All & All for One"

ทุกอย่างที่กงสีทำก็เพื่อทุกคน และทุกคนก็ทำเพื่อกงสี...

น่าเสียดายที่เสน่ห์ของกงสีเริ่มเสื่อมมนตร์ขลังไปตามกาลเวลาและกระแสแห่งความเห็นแก่ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม

ทุกครอบครัวก็มักจะมีคนที่มักเป็น "ตัวป่วน" ที่ไม่ได้คิดจะช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้กงสี มอบหมายงานไปก็มักไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่เวลาใช้เงินกลับเป็นคนแรกๆ ที่มาเสนอหน้า เข้าตำรา "มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ" อย่างแท้จริง

หลายๆ กงสี ที่หย่อนยานเรื่องการควบคุมเรื่องวินัยจึงมักจบลงด้วยการแตกแยกและแตกร้าว...ฉะนั้นหัวหน้ากงสีจึงต้องมีความเด็ดขาดในการกุมหางเสือ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความชัดเจนในการเปิดเผยตัวเลขรายรับและรายจ่าย

...

ขอเอาใจช่วย "หัวหน้ากงสี" ทุกคนให้มีกำลังใจกล้าแกร่งที่จะนำพาตระกูลของตนไปข้างหน้าได้อย่างกลมเกลียวครับ

อย่าลืมนะครับ...One for All & All for One

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...