Skip to main content

Post#3-106: ความผิดพลาดเล็กๆ ที่ผิดที่ผิดเวลา

Post#3-106:
ช่วงวันสองวันนี้ มีแต่ดราม่าเรื่องการประกาศชื่อ Miss Universe 2015 ผิด...เป็นการผิดชนิดบาดหัวใจคนทุกคน โดยเฉพาะกับ Miss Colombia และชาว Colombia ทั้งประเทศ

และทำให้เจ้าของตำแหน่งตัวจริง อย่าง Miss Philippines ต้องมาพลอยเสียรังวัดไปด้วย...

เรื่องจริงเป็นยังไงผมไม่ทราบ...แต่เท่าที่ดูสีหน้าและอากัปกิริยาของ Miss Philippines แล้ว ผมก็เชื่อว่า เธอไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยเลย

...

ทั้ง Miss Colombia และ Miss Philippines คงไม่อาจลืมเหตุการณ์ในครั้งนี้ เล่นเดียวกับผู้คนกว่าพันล้านคน ที่ได้ดูการถ่ายทอดสด และอีกหลายพันล้านคนที่จะนำบันทึกเหตุการณ์มาดูและวิพากย์กันไปอีกนานแสนนาน

ส่วนผู้ดำเนินรายการ Mr.Harvey น่ะ ผมยังเดาไม่ออกเลย ว่าอนาคตทางด้านการงานของเค้าจะเป็นไปในทิศทางใด?

ผมไม่ได้ดูเทปการประกวดแบบต่อเนื่องตลอดเวลา แค่เปิด TV ไว้เป็นเพื่อนขณะนั่งทำงาน แต่เท่าที่ดูและฟังแบบผ่านๆ ผมว่า Mr.Harvey นั้นทำหน้าที่ได้ดี

แต่กลับมาตกม้าตายแบบไม่น่าเชื่อ...

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า บางครั้งความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นผิดที่และผิดเวลา กลับส่งผลกระทบต่อตัวเราและผู้คนในวงกว้าง ได้ถึงเพียงนี้

...

ลองสมมติตัวดูว่า ถ้าเราเป็น Miss Colombia, Miss Philippines และ Mr.Harvey...เราจะทำยังไงต่อ เพราะต่อนี้ไป ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะมีแต่คนถามถึงเรื่องนี้แน่ๆ?

Miss Colombia น่ะ ดีหน่อยตรงที่ได้คะแนนสงสารท่วมท้น กลายเป็นเสมือนนางเอกที่ถูกกลั่นแกล้ง...

ส่วน Miss Philippines อาจกลายเป็นเสมือนนางร้ายที่แย่งตำแหน่งคนอื่น ทั้งๆ ที่เธอคือเจ้าของตำแหน่งตัวจริง

แต่สำหรับ Mr.Harvey, ผมว่าหนักสุด...ทั้งชื่อเสียงที่ทำมา ทั้งความน่าเชื่อถือในการงาน ล้วนแต่สั่นคลอน นี่ยังไม่นับเสียงก่นด่าและสาปแช่งจากผู้คนอีกไม่รู้กี่ล้านคน

...

เรื่องนี้จริงๆ ไม่ได้ไกลตัวเราเลยครับ วันดีคืนร้ายเราอาจกลายเป็นตัวร้ายไปโดยไม่รู้ตัว จากความผิดพลาดเล็กๆ ที่ผิดที่ผิดเวลาแบบนี้ได้ง่ายๆ

ถ้าคุณต้องรับผิดชอบงานคล้ายๆ Mr.Harvey ที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจหมายถึงหายนะในวงกว้าง...คุณจึงควรต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ

เปรียบเสมือน การทำแก้วแตกให้ดีดังเดิมนั้น ย่อมยากกว่าการระมัดระวังไม่ให้แก้วแตก...

หาไม่แล้ว ไม่เฉพาะคุณที่จะเดือดร้อน แต่คุณอาจจะทำให้เกิดคนที่โชคร้ายเหมือน Miss Colombia และ Miss Philippines โดยไม่ได้ตั้งใจ

และไม่ว่าจะเป็นนางเอกโดยสถานการณ์หรือนางร้ายโดยปริยาย...ก็ล้วนแต่น่าเห็นใจทั้งสิ้นครับ

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...