Skip to main content

Post#3-90: บริการย่ำแย่

Post#3-90:
เมื่อวาน หลังประชุมช่วงเช้าเสร็จ ผมพอมีเวลาว่างอยู่บ้าง ก็เลยไปร้านตัดผมเจ้าประจำ...แต่วันนี้ผมโชคไม่ดีเอาเสียเลย ที่ไปเจอน้องที่ทำหน้าที่สระผม ให้บริการได้ไม่ค่อยน่าประทับใจ

สังเกตจากอาการที่น้องปฏิบัติต่อตัวผมแล้ว ผมเข้าใจว่าน้องคงกำลังอารมณ์ไม่ดีค่อนข้างมาก...และบังเอิญ ผมก็กลายมาเป็นฐานรองรับอารมณ์ที่ว่านั้นพอดี

...

เป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจบริการทั้งหลาย ที่ต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดในการจัดการกับพนักงานที่มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์

...หลายครั้งที่อารมณ์ที่ไม่ปกติของพนักงาน ทำให้ Brand Equity ต้องเสื่อมเสียไปอย่างน่าเสียดาย

ยิ่งโดยเฉพาะร้านที่มีลักษณะที่เป็นเครือข่ายหรือ Franchise ด้วยแล้ว, ผลกระทบที่มาจากการบริการที่มีปัญหา จะมากเป็นเท่าทวี

ถ้าเป็นแบบที่มีผู้จัดการร้านหรือเจ้าของ Franchise ลงมาคุมเอง เวลามีปัญหาในเรื่องการบริการ ก็มักจะจบได้เร็ว

แต่ถ้าได้ผู้จัดการมือใหม่หรือเจ้าของ Franchise เกิดของขึ้นด้วยพอดี รับรองว่าได้ทะเลาะกับลูกค้าอีกยาวเลย

...

ดังนั้นแล้ว ก่อนจะทำการขยายสาขา หรือไปซื้อ Franchise อะไรมาทำก็ตาม ก็จำต้องเข้าใจและรับทราบถึงกรณีแบบนี้ไว้ด้วยครับ...เพราะรับรองได้ว่า ไม่ได้มีระบุไว้ตอนที่เค้าชี้ชวนให้คุณมาซื้อ Franchise แน่ๆ

ถ้าเจ้าของร้านหรือเจ้าของ Franchise หย่อนการดูแล ปล่อยให้ลูกน้องหรือ Franchisee ว่ากันไปเอง ก็อาจจะทำให้ร้านและ Brand ของตัวเอง ที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ต้องถูกทำลายลงไปทุกวัน

ยิ่งในยุคสมัยนี้ ที่การแพร่เรื่องราวหรือข้อมูล ทำได้ง่ายแค่ขยับปลายนิ้ว (และผู้คนต่างเชื่อเรื่องราวเพียงข้างเดียว) ด้วยแล้วล่ะก็...

การแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้น...อาจจะยากกว่าการวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม ก็เป็นได้ครับ...

...

เห็นด้วยครับและจริงครับ...ที่เราไม่มีทางป้องกันปัญหาแบบนี้ ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด...

แต่ร้านของเรา และ Brand ก็ของเรา...ถ้าเราไม่จริงจังในการดูแล แล้วจะมาหวังไว้ลูกน้องเกิดจิตสำนึกขึ้นเอง ก็คงเป็นได้แค่ฝันในฝัน

คนเป็นเจ้าของร้าน เวลารับพนักงาน จึงต้องวิเคราะห์ถึงเรื่อง "หัวใจบริการ" ของผู้สมัครด้วย...ไม่ใช่พอขาดคน ก็รับใครก็ได้มาทำงาน

ทำนองเดียวกัน ก่อนซื้อ Franchise ก็ถามไถ่กันหน่อยว่า เจ้าของ Franchise มีมาตรการในการรับมือกับปัญหาแบบนี้ยังไง...

ถ้าเจ้าของ Franchise ตอบไม่ได้หรือตอบไม่ดีพอ...ผมแนะนำว่าอย่าซื้อเลยครับ เพราะแปลว่า เค้าต้องการเงินค่าแรกเข้า แล้วก็อาจจะหายตัวเข้ากลีบเมฆไปในไม่ช้า

...

บ่นมาเสียยืดยาว...เพราะ case ที่ทำให้ร้านและ Brand ต้องเสียชื่อแบบนี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้งเสียเหลือเกิน

แต่น่าแปลกที่หลายๆ ร้าน และหลายๆ Brand ไม่ได้เรียนรู้จาก case ความผิดพลาดที่โด่งดังทั้งหลาย

ถ้ายังไม่ได้พยายามกำหนดแผนรองรับไว้ก่อน...เกิดปัญหาขึ้นมา แล้วมานั่งเสียใจ...ก็ไม่รู้ว่าจะน่าเห็นใจหรือสมน้ำหน้าดี

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...