Skip to main content

Post#3-198: One for All & All for One

Post#3-198:
บ่ายแก่ๆ วันนี้ ผมไปประชุมกับลูกค้า เพื่อจัดทำแผนงานปรับปรุงยอดขายร่วมกัน

ค่อนข้างสบายใจที่เจ้าของให้โอกาสในการหารือและเก็บข้อมูลจากทีมทำงานได้โดยตรง

ความจริงแล้ว...การจะแก้ปัญหาองค์กรได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเปิดใจยอมรับให้ได้ก่อน ว่าตัวเองก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาได้เช่นกัน

ดังนั้น การเปิดโอกาสให้คนนอกได้เข้าไปพูดคุยกับทีมงาน โดยไม่เข้ามาร่วมวง...จึงเป็นเสมือนการเปิดโอกาสให้ทีมงานได้พูดในสิ่งที่ปกติไม่อาจพูดได้

...

นอกเหนือไปจากผู้บริหารที่อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแล้ว (ทั้งอาจรู้และอาจไม่รู้ตัว)...ส่วนใหญ่ของปัญหาองค์กรก็หนีไม่พ้นเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

ไม่ว่าองค์กรจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก...รับรองได้ว่า ยังไงก็ต้องเจอปัญหานี้...บ้างก็เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว, บ้างก็เกิดจาก ego, บ้างก็เกิดจากการสร้าง Silo เป็นของตัวเอง และมีไม่น้อยที่เกิดจากการตั้ง KPI ผิดๆ

และแน่นอนว่า อีกไม่น้อยของปัญหา มักเกิดจาก Leadership Skill ของผู้บริหารระดับสูง, Span of Control ของผู้บริหารระดับบังคับบัญชา, Competency ของพนักงานระดับปฏิบัติการ หรือแม้กระทั่งการขาดการสื่อสารภายในที่ดี

...

จะเห็นได้ว่า ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้จากทุกระดับและทุกจุดขององค์กร...และออกจะเป็น Ideal World หากจะบอกว่า องค์กรใดสามารถทำ Preventive Action ได้ครอบคลุมทุกจุด

เหตุเพราะปัจจัยภายในต่างๆ ที่ร่ายมา อาจประสมประเสกับปัจจัยภายนอกอื่นๆ ทำให้สภาพการณ์ในองค์กรมีความผันผวนและผันแปรได้มากมาย

องค์กรจึงเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิต และทั้งผู้บริหารและพนักงานก็เปรียบเสมือนองคาพยพที่จะต้องทำงานสอดประสานกันเป็นระบบ

หนึ่งคนสะดุด ที่เหลือย่อมทำงานติดๆ ขัดๆ ตามไปด้วย...หนึ่งคนเจ็บ ที่เหลือจึงมิอาจนิ่งเฉยและดูดาย

One for All และ All for One จริงๆ ครับ (-_-'

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...