Skip to main content

Post#2-23: ชนะอย่างมีค่า

Post#2-23:
ด้วยงานที่รัดตัวสุดๆ ทำให้ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสไปออกรอบเล่นกอล์ฟเลย

จู่ๆ วันนี้ก็เลยนึกเรื่องที่กอล์ฟสอนผมได้อีกเรื่อง เลยอยากจะขอมาแชร์ครับ

นอกจากกอล์ฟจะมีความใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตแล้ว (Post#112) กอล์ฟยังเป็นกีฬาที่สอนให้เรารู้จัก "การสร้างคุณค่าในตัวเองอย่างสมศักดิ์ศรีด้วย"

เพราะกอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องแข่งกับตัวเอง เวลาเล่นกอล์ฟ ผู้เล่นที่มัวแต่สนใจว่าคนอื่นทำคะแนนได้เท่าไหร่ มักจะทำคะแนนของตัวเองได้ไม่ดี เพราะมัวแต่จะไปมุ่งเอาชนะคนอื่น แทนที่จะสนใจเกมของตัวเอง

ดังนั้น ถ้าวันนั้นเราตั้งเป้าคะแนนที่อยากได้ไว้ในใจ แล้วทำได้ คนเล่นกอล์ฟจะมีความสุขมาก ส่วนเมื่อเอาคะแนนไปเทียบกับเพื่อนหรือคู่แข่งแล้วชนะหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง

ถ้าทำคะแนนได้ตามเป้า แต่แพ้คนอื่น ก็ยังไม่เศร้าใจเท่าไหร่ อารมณ์จะประมาณ ชนะทั้งๆ ที่แพ้ (ไม่งงใช่มั๊ยครับ)

แต่ถ้าทำคะแนนห่วย แต่ดันชนะเพื่อน เพราะบังเอิญวันนั้น เพื่อนฟอร์มตก ก็จะอยู่ในอารมณ์ ชนะแบบไม่สมศักดิ์ศรี

ชีวิตจริงของเราก็ไม่ต่างกันครับ...

เราอยากเป็นผู้ชนะ เพราะคู่แข่งทำเต็มที่แล้วยังแพ้เรา หรือเรากลายเป็นผู้ชนะ เพราะคู่แข่งทำพลาดเอง

แม้ว่า คนส่วนใหญ่จะชอบชนะมากกว่าแพ้ แต่ผมว่าก็มีคนอีกไม่น้อย ที่เลือกจะแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี ดีกว่าจะชนะแบบ "ส้มหล่น"

ยกตัวอย่างอื่นให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ...

ชนะเทนนิส เพราะคู่แข่ง ทำ unforced error มากกว่า?

ได้เลื่อนตำแหน่งจากรองนางงามให้เป็นนางงาม เพราะนางงามตัวจริงสละตำแหน่ง?

เค้ายอมมาเป็นแฟนกับเรา เพราะจีบคนอื่นไม่ติด?

...

ดีใจจริงหรือ ที่กลายเป็นผู้ชนะแบบที่ไม่มีใครยอมรับ?

เสียใจทำไม ถ้าเป็นผู้แพ้ โดยมีแต่คนเข้าอกเข้าใจ?

ทำให้ตัวเองมีค่า จึงควรเกิดจากการทำตัวให้ดีขึ้น ไม่ใช่กดคนอื่นลง

ถ้าไม่เบื่อกันซะก่อน วันหน้าผมจะโม้เรื่องกอล์ฟให้ฟังอีกนะครับ ^^

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...