Skip to main content

Post#3-339: ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก

Post#3-339:
เที่ยงที่ผ่านมา...ผมมีโอกาสได้ไปทานข้าวกับแม่และน้องๆ เนื่องในโอกาสวันแม่ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้

แม้ว่าน้องๆ ของผม, ตัวผมเอง และคนไทยทั้งประเทศ จะไม่ได้รักแม่แค่ในวันแม่...แต่ถ้ามีโอกาส ร้อยทั้งร้อยต่างก็อยากจะแสดงออกให้แม่รู้ว่าเรารักแม่ในวันแม่

โดยเฉพาะหนุ่มๆ ทั้งหนุ่มน้อยและหนุ่มเหลือน้อย...ต่างก็ได้ใช้วันแม่นี้ ในการบอกรักแม่หรือกอดแม่ได้โดยไม่ต้องเคอะเขินมากมายนัก ว่าอย่างนั้น

...

ยังจำตอนเราเป็นเด็กตัวน้อยได้บ้างมั๊ยครับ?

ที่นอนที่อบอุ่นที่สุดในโลก...ก็คือการได้นอนซบกับอกของแม่ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า นั่นคือที่นอนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในโลก

เครื่องดื่มที่ดีที่สุดในโลก...ก็คือน้ำนมแม่ที่ชุบเลี้ยงให้เราเติบใหญ่ด้วยคุณค่าอันเปี่ยมล้น และป้อนเราด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ใครคนหนึ่งในโลกจะคิดว่าเค้าได้รับ

อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก...ก็คือรสมือแม่ที่บรรจงปรุงแต่งอย่างตั้งใจ...คัดแต่สิ่งที่ดีที่สุด, ปรุงอย่างดีที่สุด และชูรสด้วยความรักที่สุด...ทั้งหมดเพื่อเรา

...

ยังจำได้ใช่มั๊ยครับ?

ยามเราเจ็บไข้ได้ป่วย...ใครที่คอยดูแล, ป้อนข้าว, ป้อนน้ำ, ป้อนยา

ยามเราร้องไห้...ใครที่คอยปลอบใจ, กอดเราให้คลายทุกข์

ยามเราหกล้ม...ใครคือคนแรกที่ประคองให้เราลุกขึ้นยืนได้ใหม่

และอีกหลากหลายเหตุการณ์เหลือเกิน...ที่เราต่างก็ซาบซึ้งในใจดี...ว่าทำไม "แม่" จึงเป็นผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับมวลมนุษยชาติทุกๆ คน

...

ใครคนหนึ่งเคยเล่าไว้...ว่าอาชีพ "แม่" เป็นอาชีพที่ยากและหนักหนาที่สุดในโลก ด้วยเพราะเป็นอาชีพที่ไม่มีวันหยุด...หนักหนาทั้งกายและใจ

เป็นอาชีพที่ไม่หวังค่าตอบแทนใดๆ มากไปกว่า การจะได้เห็นเราเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและแข็งแกร่ง

ดังนั้น ผมคงไม่ต้องสาธยายให้มากความไปกว่านี้ ว่า "แม่" เป็นบุคคลที่สำคัญกับชีวิตของเรามากเพียงไหน?

ผมคงไม่ต้องบอก ว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรักและเสียสละตัวเองให้กับเราได้เท่ากับแม่

และผมคงไม่ต้องพรรณนา ว่า "แม่" แปลว่า "ความรักอันพิสุทธิ์ที่สุดในสากลพิภพ"

...

ยิ่งผมเห็นภรรยาผมเลี้ยงลูก...ผมก็ยิ่งมั่นใจ ว่าไม่มีใครจะรักลูกมากได้เท่ากับที่แม่รัก...

วันแม่อาจจะมีเพียงปีละหนึ่งวัน...แต่ทุกวันเป็นวันของลูก...

และวาทะที่ว่า "ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก" จึงเป็นความจริงที่สุดสำหรับผมและอีกหลายพันล้านคนบนโลก

...และที่ผมชวนทุกท่านคุยเรื่องแม่ในวันนี้...ก็แค่เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่า

...เราแสดงความรักกับแม่ได้ทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง "วันแม่" ครับ...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...