Skip to main content

Post#3-345: ตัวกลาง

Post#3-345:
หนึ่งในความท้าทายที่ผมและหลายๆ คนอาจจะเคยมีประสบการณ์มาบ้าง ก็คือ การต้องเป็น "ตัวกลาง" ในการเชื่อมใครอีก 2 คน เข้าด้วยกัน

เป็นต้นว่า เรื่องบางเรื่องเพื่อนไม่สะดวกจะพูดกับเพื่อนอีกคน ก็อาศัยไหว้วานเราให้ไปพูดแทน

หรือบางครั้ง เพื่อนโกรธกัน แล้วต่างก็วางฟอร์ม แต่อาศัยเราให้เป็นกาวใจ

ไม่ว่าเราจะต้องเป็น "ตัวกลาง" ในเรื่องดีหรือแย่ก็ตามแต่...แน่นอนว่าแต่ละครั้งนั้น ก็มักไม่ใช่งานง่ายเอาเสียเลยจริงๆ

...

ผมไม่ทราบวิธีการเป็น "ตัวกลาง" ที่ดีที่สุด...เพราะนั่นขึ้นกับว่า มันเป็นการมองจากมุมไหน

ถ้าจบแบบ Happy Ending...ก็กลายเป็นทุกฝ่ายมีความสุข เราที่เป็นตัวกลางก็จะได้รับเสียงชื่นชม

แต่ถ้าจบแบบ Bad Ending...ก็จะกลายเป็นทั้งสองฝ่ายยังมีนตึงต่อกัน ส่วนเราก็เข้าหน้าไม่ติดทั้งสองฝ่าย

ที่แย่กว่านั้น บางทีกลายเป็นทั้งสองฝ่ายกลับมาคุยกัน และโทษว่าตัวกลางอย่างเรานั่นแหละที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจกันเสียที...

หรือเรียกง่ายๆ ว่าเรากลายเป็น "ตัวกัน" ไม่ใช่ "ตัวกลาง" ไปเสียอย่างนั้น

...

ดังนั้น ก่อนจะรับอาสาเป็นตัวกลางในเรื่องใด หรือต้องกลายเป็นตัวกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม...เราต้องพึงระลึกไว้ว่า

เราเข้าใจความต้องการของทั้งสองฝ่ายอย่างถ่องแท้...ซึ่งจะรู้ได้จากการถาม ไม่ใช่ทึกทักเอาเอง

เราให้ความเห็นได้...แต่ไม่ควรตัดสินใจแทนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

เราควรนำสารไปให้อีกฝ่ายหนึ่งในรูปแบบของข้อเท็จจริง...แต่ไม่ใช่ใส่ความรู้สึกที่เรามีต่อข้อเท็จจริงลงไป

เราทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว...ว่าอาจจะกลายเป็นถูกเกลียดจากทั้งสองข้างได้

เราต้องรู้ว่าเรื่องที่ไม่ควรเข้าไปเป็นตัวกลาง...คือเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายที่ว่ารู้ความจริงเพียงแค่สองคน (โดยเฉพาะเรื่องสามี-ภรรยา ควรอยู่ให้ห่างที่สุด)

...และต้องจำไว้ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นตัวกลางด้วยเจตนาที่ดีหรือไม่ ก็ไม่อาจจะนำมาหักล้างกับผลลัพธ์ที่จะออกมาได้...

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...