Skip to main content

Post#4-020: Hello Vacation!

Post#4-020:
หลังจากกรำงานหนักติดต่อกันมาอย่างยาวนานหลายเดือน...ผมก็เริ่มรู้สึกว่า คงต้องถึงเวลาต้องไปชาร์จพลังเสียที

ไม่ว่าใครคนใดก็ตามจะชอบทำงานเพียงใด...แต่ก็คงไม่ถึงกับทำให้อยากทำงานถึงขั้นต้องลงแดง หากว่าจะต้องหาเวลาพักร้อนยาวๆ บ้าง

ถือเสียว่าเป็นการ "หยุด...เพื่อไปต่อ" ประมาณนั้นล่ะครับ

...

ว่ากันตามจริง...ฤดูแห่งการพักร้อน (Vacation) ก็ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว...ถือเป็นช่วงที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายรอคอยไม่น้อยไปกว่าช่วงเดือนเมษาฯ

ความสุขหนึ่งของพวกเค้าก็คือการได้กางปฏิทินเพื่อวางแผนลาพักร้อน...ลายังไงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แบบลาน้อยๆ แต่คร่อมวันหยุด...ประมาณนี้

สารภาพว่า สมัยเป็นพนักงานประจำ ผมเองก็รอคอยวันหยุดแบบนี้เหมือนกันล่ะครับ...แต่หลังจากมาเป็นเจ้าของกิจการแล้ว  ก็ถึงกับสะกดคำว่า "พักร้อน" ไม่ค่อยจะถูก

...

ในช่วง 10 กว่าปีมานี้ ผมไม่เคยต่อว่าลูกน้องเลย หากว่าจะขอลาหยุดยาวๆ เพราะเข้าใจดีถึงความสุขของพวกเค้า

แต่ก็ขอเตือนมนุษย์เงินเดือนที่วางแผนพักร้อนไว้หน่อยว่า

1.จะลาน่ะไม่ว่า...แต่แน่ใจใช่มั๊ย ว่าจัดการงานที่รับผิดชอบไว้เรียบร้อยแล้ว หรือมีคนรับผิดชอบแทนแล้ว

2.ชวนลางานไปกันทั้งแผนกรึเปล่า? ถ้าใช่ แล้วใครจะทำงานล่ะ? อยากสนุกด้วยกันก็เข้าใจ แต่งานต้องสะดุดก็ไม่ถูกนะ

3.เราผูกขาดการลาช่วงนั้นคนเดียวทั้งปีทั้งชาติรึเปล่า? เปิดโอกาสให้คนอื่นลาช่วงนี้บ้างได้มั๊ย?

4.เราเล่นลาคร่อมวันหยุดทุกเทศกาลเลยใช่มั๊ย? ถ้าใช่...พฤติกรรมเราตรงกับข้อ 1-3 รึเปล่า?

5.ถ้ามีเหตุเร่งด่วนที่ต้องติดต่อน่ะ...มีช่องทางให้ติดต่อได้ใช่มั๊ย? ถ้าทำข้อ 1 ไว้ดี ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะโทรไปกวนบ่อยๆ หรอกครับ

...อยากลาพักร้อน ก็ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งเรื่อง "ร้อนๆ" ไว้ให้คนอื่น...จะพักร้อนได้อย่างสบายใจ ก็ต้องไม่แค่วางแผนเรื่องเที่ยว แต่ต้องอย่าลืมวางแผนเผื่อ office ด้วยล่ะครับ...

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....