Skip to main content

Post#5-096: โลกก็หมุนของมันไป

Post#5-096:
แม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่ผมก็คงเหมือนหลายๆ คนที่วันนี้ไม่ได้หยุดงานนะครับ

เศรษฐกิจแบบนี้ คนที่ยังมีงานทำ ได้เงินเดือนครบ...ก็นับได้ว่า เราถือเป็นหนึ่งในผู้ที่โชคดีมากแล้ว

ยังไงก็ขอให้คนที่เหนื่อยกับการทำงาน มองโลกในอีกมุมหนึ่ง ว่า “เหนื่อยเพราะทำงาน” น่ะ ยังไงก็ดีกว่า “เหนื่อยเพราะไม่มีงานทำ” เยอะเลย ^^

...

บ่อยครั้งและมากหน เรามักมองโลกในมุมเดียว ทำให้เรานึกไปว่า โลกหันด้านเดียวให้กับตัวเราเสมอ

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เราต่างหากที่เป็นคนหันด้านเดียวให้กับโลก...คือเมื่อเรามองว่าโลกมันเลวร้าย เราก็จะเชื่อว่ามันเลวร้ายอยู่อย่างนั้น

โลกมันก็เป็นของมันอยู่อย่างนี้...แต่ Attitude (หรือทัศนคติ) ของเรา ต่างหาก ที่จะเป็นตัวกำหนดว่า โลกนี้สุขหรือเศร้า และน่าอยู่หรือน่าเบื่อ

...

เอาจริงๆ ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกแต่อย่างใดหรอกครับ...ที่เราจะพรำ่บ่นก่นด่า ว่าโลกนี้มันโหดร้าย, ประเทศนั้นมันแย่, สังคมมันไม่ดี, บริษัทนี้มันไม่น่าทำงาน และ ฯลฯ

บ่นไปเถอะครับ ถ้าเราก็รู้ดีว่า เราก็บ่นไปอย่างนั้น...แล้วก็หาทางที่จะอยู่ท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่างที่เราบ่น ให้ได้อย่างมีความสุข

แต่ถ้าบ่นไป แล้วก็ท้อไป โทษทุกอย่างรอบข้าง เพื่อเป็นเหตุผลให้ตัวเราอ่อนแอและยอมแพ้...

แบบนี้ ก็ต้องบอกว่า เราอาจจะ “ไม่ฉลาด” เท่าที่ควร

ดังนั้น จงถามตัวเองดูให้ดีเถิดครับ...

...จะรอให้ทุกอย่างรอบข้างปรับสภาพให้เป็นที่ที่น่าอยู่สำหรับเรา...หรือเราควรจะเรียนรู้ เข้าใจ และปรับสภาพตัวเราให้อยู่ให้ได้ แม้ในที่ที่ไม่น่าอยู่?...

#NoteToSelf: 

  • จะบ่นด่า จะชื่นชม จะสุข หรือจะเศร้า...โลกก็เป็นไปของมันแบบนี้ ตราบจนสิ้นอายุขัยของโลก
  • โลกไม่มีชีวิต แต่เรามี...เราเท่านั้นจึงควรเป็นผู้เลือก ว่าจะมีชีวิตอย่างเป็นทุกข์หรือเป็นสุขอยู่บนโลก
  • ชีวิตที่แท้ จึงไม่น่าจะใช่ชีวิตที่มีแต่ความสุข...แต่ควรเป็นชีวิตที่เรียนรู้ว่า “จะมีความสุขกับความไม่ชอบใจในชีวิตได้อย่างไร” มากกว่า

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....