Skip to main content

Post#5-112: ฝูงนกกระจอกที่รวมพลัง

Post#5-112:
หนึ่งใน Key Success Factor ที่เราไม่อาจละเลยได้ ก็คือ การที่ต้องมี Business Partner ที่ดี

ไม่ว่าเราจะเก่งกล้าสามารถยังไงก็ตาม...หากปราศจาก Business Partner แล้ว ก็ต้องบอกว่ายากเหลือเกิน ที่เราจะประสบความสำเร็จได้

แน่นอนว่า Business Partner ที่ผมหมายถึงนั้น...ย่อมหมายรวมทั้ง Business Partner ทั้งภายใน และภายนอก

...

ทั้งเจ้านาย, เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง...รวมกันเป็น Business Partner ภายใน

แปลว่า ถ้ายังสร้างพันธมิตรภายในไม่ได้...ก็อย่าได้หวังเลยครับ ว่าจะไปรบชนะใครได้

การสร้างความสัมพันธ์กับทุกกลุ่มในองค์กร...จึงถือเป็นรากฐานสำคัญ ที่จะทำให้เราทำงานใดๆ สำเร็จง่ายกว่าโดดเดี่ยว อย่างแน่นอน

...

ส่วนคู่ค้า, หน่วยงานรัฐ รวมไปถึงคู่แข่งทางธุรกิจนั้น...รวมเรียกว่า Business Partner ภายนอก

ต้องจำใส่ใจไว้ให้จงดีครับ...ว่าไม่มีใครเป็นมิตรแท้และศัตรูถาวรในการทำธุรกิจ

แปลว่า การสร้างปฏิสัมพันธ์อันควรนั้น เป็นเรื่องที่องค์กรใดๆ ไม่อาจจะละเลยได้...ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเล็กกว่ามาก หรือใหญ่กว่าเยอะ ก็อย่าได้ปรามาสไป

...

องค์กรที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จต่างก็รู้ซึ้ง รวมไปถึงผู้บริหารที่ยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จ ต่างก็รู้ดี...

ว่าการบริหารความสัมพันธ์กับ Business Partner นั้น อาจเป็นการชี้เป็นหรือตายในทางธุรกิจ

ว่าตามสำนวนจีน ก็ประมาณว่า “มีศัตรูเพียงหนึ่ง ก็มากเกินไป...และมีมิตรนับร้อยก็ว่ายังน้อยไป”

...แต่เมื่อคราวต้องชักธงรบ ก็ต้องสู้อย่างสุดใจครับ...

#NoteToSelf: 

  • อยากไปได้เร็ว ให้ไปคนเดียว...แต่ถ้าอยากไปได้ไกล ต้องไปเป็นทีม
  • เก่งกล้า คือรบชนะศัตรู, สามารถ คือไม่ต้องรบก็ชนะศัตรู และหาใดเทียบ คือเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นพันธมิตรได้
  • การมีพันธมิตรที่เข้มแข็ง ย่อมทำให้ “ฝูงนกกระจอก” ที่รวมพลังนั้น หาญกล้าที่จะท้า “พญาอินทรี” ได้

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....