Skip to main content

Post#5-105: ไม่ใช่สิ่งที่เลือกเจอ...แต่เป็นเลือกทำ

Post#5-105: ไม่ใช่สิ่งที่เลือกเจอ...แต่เป็นเลือกทำ
สาวๆ หลายคน คงเห็นด้วยกับผมไม่น้อยเลย ว่า “น้ำหนัก” นี่มันน่าโมโหจริงๆ...เพราะขึ้นง่าย แต่ลดยากชะมัด

ผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่ามันเป็นไปตามทฤษฎีใดของกายวิภาค รึเปล่า?...แต่คิดว่า มันน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตวิภาค ไม่น้อย

จากการสังเกตตัวเองแล้ว ผมพบว่า เราจะมีความสุขในการกิน...ดังนั้น ตอนกินอย่างเอร็ดอร่อย เราเลยมักลืมตัว จน “กิน” เกินกว่าความต้องการของร่างกายเสมอ

และเพราะกำลังมีความสุข...เราก็เลยคิดว่า กินไปนิดเดียวเอง กินเพิ่มอีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกน่า

ลงท้ายก็เลยต้องกลุ้ม กับ “ไขมันส่วนเกิน” ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย

...

แต่ตอนที่เราออกกำลัง เพื่อ burn ไขมันน่ะ...มันกลับตาลปัตรเป็นตรงกันข้าม

ค่าที่ว่า การออกแรงมัน “เหนื่อย”...ทำให้เราไม่ค่อยอยากจะให้ตัวเองทรมาน และมักจะเลิกออกกำลังก่อนเวลาที่ร่างกายจะ burn ไขมัน เสมอ

เรียกง่ายๆ ว่า สิบนาทีในการกินช่างแสนสั้น ส่วนสิบนาทีในการออกกำลังนั้นช่างแสนนาน...ประมาณนั้น

ยกเว้นก็แต่ผู้ที่ก้าวข้ามช่วงแบบนี้ไปแล้วนะครับ...ก็จะรู้สึกว่า เอาชนะตัวเองได้แล้ว และกลายเป็นผู้เสพติดการออกกำลัง

...

แล้วในชีวิตจริง เราติดอยู่ในกับดักของตัวเองแบบนี้ “กี่เรื่อง” กันหนอ?

น่าเสียดายที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเห็นแก่ “ความสุขชั่วครู่” จนลืมไปว่ามันอาจนำมาซึ่ง “ความทุกข์ยาวนาน”

...และนี่เอง ที่อาจจะเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้เรามิอาจหลุดจาก “โลกียะ” ไปได้...

#NoteToSelf:

  • คิดให้มากๆ ก่อนจะฟันธงว่า สิ่งที่กำลังจะทำนั้น เป็นความสุขที่มากพอจะทำให้เราไม่เสียใจกับความทุกข์ที่จะตามมา ใช่มั๊ยหนอ?
  • ความสุขหรือความทุกข์ ไม่น่าใช่สิ่งที่เราเลือกเจอ...หากแต่น่าจะเป็นสิ่งที่เราเลือกทำ
  • ดูออกมั๊ยหนอ...ทำอย่างไร จึงจะสุขแท้?

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....