Skip to main content

Post#5-109: Love is a journey...

Post#5-109:
ต้องบอกว่า ผมมีความสุขทุกๆ ครั้ง ที่ได้รับเชิญไปร่วมงานแต่งงาน...แต่วันนี้พิเศษมากก็ตรงที่เป็นงานของลูกพี่ลูกน้องของผมเอง (สมมติว่าชื่อ น้อง R นะครับ)

ตั้งแต่พิธีหมั้นในตอนเช้า จนพึ่งจะจบสิ้นพิธีแต่งงานไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา...ต้องนับว่าเป็นงานที่ทั้งสนุกและประทับใจ รวมไปถึงยิ่งใหญ่และอลังการเป็นอย่างยิ่ง

แต่ moment ที่ผมประทับใจที่สุด มีอยู่สองช่วง...

ช่วงแรก คือช่วงเช้าที่น้องๆ ของน้อง R กั้นประตูเงินประตูทอง และเอ่ยปากฝากพี่สาวที่รักยิ่งของพวกเค้า ไว้กับว่าที่พี่เขย (สมมติว่าชื่อ น้อง N นะครับ)

และช่วงที่สอง คือช่วงที่น้อง R และน้อง N กล่าวขอบคุณครอบครัวตัวเอง และแขกผู้มีเกียรติ

คำกล่าวของทั้งน้อง R และน้อง N...กลั่นออกมาจากใจ...และโดยเฉพาะที่น้อง R บอกว่า ความรักไม่ได้สำคัญที่จุดหมาย หากแต่เป็นระหว่างทาง ต่างหาก

ใช่จริงๆ อย่างที่น้อง R ว่าล่ะครับ...จุดหมายจะสวยงามได้อย่างไร หากว่าระหว่างทางนั้น ไม่น่ารื่นรมย์!

...

แม้ว่า การแต่งงานใดๆ อาจจะเป็นเรื่องระหว่างคนแค่สองคน

หากแต่ ทั้งสองคนนั้น จำต้องไม่ลืมว่า การตัดสินใจใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันนี้...กลับเกี่ยวพันกับผู้คนที่รักคนทั้งสองคนนั้น...อีกมากมายเหลือเกิน

ผมรู้สึกได้ชัดเจนถึงความรักที่น้องๆ ของน้อง R มีต่อพี่สาวของพวกเค้า...ผ่านทางแววตา, สีหน้า และน้ำเสียง ในช่วงพิธีการตอนเช้า

และผมก็มั่นใจว่า น้อง N รับรู้ได้ถึง ความรัก ที่โอบอุ้ม น้อง R ไว้...ได้อย่างแจ่มชัดที่สุด ในช่วงที่น้อง N กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ ในตอนค่ำ

...

เท่าที่ผมสัมผัส...ทุกๆ การแต่งงาน ญาติทางฝ่ายเจ้าสาว ก็จะประมาณนี้...คือ มีทั้งความดีใจกับความใจหายไปพร้อมๆ กัน

ดีใจ...เพราะเห็นคนในครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝา...

ใจหาย...เพราะตามความเชื่อของชาวจีน มีลูกสาวคือ แต่งออก

ดังนั้น ญาติฝ่ายเจ้าสาวจึงมีความรู้สึกเหมือนบางอย่างต้องขาดหายไป”...ในขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะรู้สึกว่าได้เติมบางอย่างเข้ามา

แต่แน่นอนว่า ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของคู่บ่าว-สาว ย่อมมีความรู้สึกไม่ต่างออกไป...เพิ่มเติมตรงที่ ต่างฝ่ายต่างดีใจที่ได้มีลูกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

...

ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวใหม่ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...และชีวิตคู่ของพวกเค้า ก็พึ่งจะเริ่มต้นนับหนึ่งเท่านั้นเอง

เป็นการนับหนึ่งที่สมบูรณ์แบบ...ท่ามกลางความรักของหนุ่มสาว และโอบอุ้มด้วยความรักของครอบครัว

...และขอพระเจ้าอำนวยพร ให้ความรักครั้งนี้ ของน้อง R และน้อง N...เป็นการเดินทางแห่งความรัก...ที่เป็นนิรันดร...

#NoteToSelf: 

  • ยามที่รักไม่เป็นอย่างใจ...ไม่มีคาถาใด จะศักดิ์สิทธิ์กว่าอดทน
  • กว่าจะเริ่มต้นนับหนึ่งของทั้งคู่นั้น มิใช่เรื่องง่าย...แต่การจะนับต่อไปเรื่อยๆ ตราบนิรันดร์นั้น กลับท้าทายยิ่งกว่า
  • ยินดีทุกครั้งกับวันที่สองกายหัวใจเดียวเกิดขึ้นบนโลก
  • Love is a joirney, not destination!

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...