Skip to main content

Post#5-116: ฤา “ปีใหม่” จะสำคัญกว่าการเป็น “คนใหม่”?

Post#5-116:
และแล้วเราก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของปี 2017 กันแล้วนะครับ

ได้ประเมินกันบ้างมั๊ยครับ...ว่ารวมๆ แล้ว ปีนี้ นับเป็นปีที่ดีหรือแย่สำหรับเรา กันเอ่ย?

ถ้าสรุปกับตัวเองได้ ว่าทำไมถึงดีหรือแย่”...ก็แปลว่าต้องแจกแจงเหตุผลเป็นข้อๆ ได้

แล้วพรุ่งนี้ที่อยู่ในปีหน้า เราจะรักษาสิ่งที่ดีไว้ได้ยังไง ส่วนสิ่งที่ไม่ดีล่ะ เราจะปรับปรุงให้มันดีขึ้นได้ยังไง?

...

ผู้คนส่วนใหญ่มักจะชอบบอกว่า ปีใหม่ ฉันจะทำนั่น นู่น นี่ ใหม่ๆ...ซึ่งก็จัดอยู่ในหมวดของ New Year Resolution ประเภทหนึ่ง

ที่น่าขำก็คือ เราก็บอกตัวเองซ้ำๆ อยู่แบบนี้ทุกปีนั่นแหละ...แต่จะมีสักกี่คนหนอ ที่ทำได้อย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้?

ที่เป็นแบบนี้ เพราะเราแยกไม่ออก ว่าความฝันกับปณิธานนั้น...มีความคล้ายคลึงกัน แต่จริงๆ แล้ว มันแตกต่างกัน

ซึ่งปณิธานนั้น มันก็คือเป้าหมายนั่นเองครับ

...

เมื่อคุยกันเรื่องเป้าหมายครั้งใด...เราจึงมิอาจละเลยที่จะคุยกันเรื่องเส้นทางได้

ก็แปลว่า การที่เราจะทำให้ New Year Resolution ในปีหน้าเป็นจริงให้ได้นั้น...จำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด และเขียนออกมาให้ได้ ว่าจะทำยังไง จึงจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้

สรุปง่ายๆ ว่า บอกตัวเองว่า “What I want to achieve?” นั้น...ยังไม่พอ

หากแต่ต้องบอกตัวเองได้ด้วยว่า “How do I get what I want?”

...

หลังจากพักผ่อนหย่อนคลายให้สมกับที่เหนื่อยกันมาทั้งปีแล้ว...ผมว่ามันคุ้มค่าที่เราจะใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ในการทบทวนชีวิตที่ผ่านมาทั้งปี

อะไรที่ดี เราก็ควรจะรักษามันไว้ และอะไรที่ไม่ดี เราก็ต้องหาวิธีปรับปรุงมันให้ได้

ปีหน้า อยากจะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง...ก็จงทบทวนและกำหนดให้แน่ชัด...

...ผ่านมาแล้วกี่ปีกันหนอ กับการตั้งปณิธานเท่ๆ ให้ตัวเอง...แล้วก็รอที่จะตั้งใหม่แบบนี้เรื่อยๆ เมื่อปีใหม่หน้า มาถึง?...

#NoteToSelf: 

  • จะผ่านปีใหม่สักกี่ปี ชีวิตก็ไม่มีทางเป็นชีวิตใหม่”...ตราบเท่าที่ยังคิดและทำตัวแบบเดิมๆ
  • New Year Resolution มันก็เป็นได้แค่ความฝันและลมปาก...หากไม่คิดจะลงมือทำมันอย่างจริงจังและมีหลักการ
  • ถามตัวเองดูดีๆ ว่าทำไมเราจริงจังกับการฉลองปีใหม่...แต่ไม่เคยจริงจังกับการทำตัวให้เป็นคนใหม่เลยสักที?

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...