Skip to main content

Post#5-182: กลัวนายจนเกินเหตุ

Post#5-182:
ใครที่เป็นเจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้างาน อยู่...เคยถามตัวเองมั๊ยครับ ว่าลูกน้องกลัวเราตอนที่ทำผิด หรือทำถูก?

งงมั๊ยครับ?

ถ้าไม่งง ก็ลองนึกทบทวนดูให้ดีครับ ว่าลูกน้องกลัวที่จะคุยงานกับเรา แม้ว่ากำลังทำเรื่องที่ถูกที่ควร อยู่รึเปล่าหนอ?

...

ปกติ ลูกน้องก็มักจะกลัวหรือไม่กล้าสู้หน้าเจ้านาย ถ้าทำงานอะไรผิดพลาด...เพราะเกรงจะโดนตำหนิหรือถูกลงโทษ

แต่ถ้าลูกน้องไม่กล้าจะสบตา หรือไม่อยากจะคุยกับเรา...แม้จะแค่เราเรียกมาคุยงานกันปกติธรรมดา...แบบนี้ แสดงว่า มีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้น

บางอย่างที่ไม่ปกติที่ว่า อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เราดุมากจนเกินไป, ตำแหน่งงานต่างกันมาก, ลูกน้องไม่มีผลงาน, และ ฯลฯ

อย่าพึ่งกังวลใจไปครับ...เพราะส่วนใหญ่แล้ว เจ้านายทั้งหลาย ก็ต่างประสบปัญหาแบบนี้เช่นกัน

...

ผมเองก็ไม่มีคำตอบแบบตายตัว ว่าทำยังไงถึงจะแก้ปัญหาลูกน้องกลัวเราจนเกินเหตุ...ทั้งที่เราก็แค่เรียกมาคุยงานกันธรรมดาๆ  หรือเรียกมาชี้แจงข้อสงสัยได้

แต่วิธีที่ผมเลือกทำ ก็คือถ้าเป็นการเรียกมาอธิบายเนื้องาน...ถ้าทำได้ ก็จะให้มาเป็นทีม ไม่เรียกมาแบบเดี่ยว

ส่วนถ้ามาชี้แจงประเด็นที่ผมสงสัย ก็มักจะใช้คุยทางโทรศัพท์ก่อน...ถ้ายังไม่เข้าใจจริงๆ ผมจึงจะเรียกมาชี้แจงต่อหน้า

...ว่าแล้ว ก็ต้องชวนเจ้านายทั้งหลาย ทบทวนตัวเองดูเหมือนกันครับ ว่าลูกน้องกลัว, เกรง หรือรังเกียจ ที่จะคุยกับเรา กันแน่?...

#NoteToSelf: 

  • จงเตือนตัวเองให้เป็นเจ้านายที่ “เข้าถึงง่าย”, “พูดคุยได้” และ “ให้โอกาส”
  • จงเป็นลูกน้องที่กลัวนายในเรื่องที่ควร, เกรงนายในเรื่องที่เหมาะ และกล้ากับนายในเรื่องที่ถูก
  • เจ้านายมีพันธะสำคัญต่อลูกน้อง อยู่ 2 ประการ...คือดึงลูกน้องให้เดินในทางที่ถูก และดันลูกน้องให้เดินในทางที่ควร

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....