Skip to main content

Post#5-206: ชัดเจนในความไม่ชัดเจน

Post#5-206:
หนึ่งในบรรดาเรื่องที่ลูกน้องหรือทีมงาน ไม่ค่อยจะปลาบปลื้มหรือชื่นชมสักเท่าไร ก็คือเรื่องของความชัดเจนของเจ้านายหรือหัวหน้างาน

หมายความว่า เมื่อใดก็ตาม ที่ได้รับคำสั่งที่ไม่ชัดเจนหรือคลุมเครือ”...เมื่อนั้น พวกเค้าก็จะอึดอัดใจ ด้วยความที่ไม่รู้ ว่าจะต้องเดินยังไงกันต่อดี

ดังนั้น เจ้านายทั้งหลาย จึงควรที่จะทบทวนตัวเองดูให้ดีครับ...ว่าเราเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผลงานออกมาไม่ดี เพราะความไม่ชัดเจนของตัวเราเองรึเปล่า?

...

จริงอยู่ ที่เจ้านายเองก็มีเจ้านายที่เหนือขึ้นไปอยู่เช่นกัน...และบ่อยครั้ง ที่เจ้านายเองก็ได้รับคำสั่งที่คลุมเครือจากข้างบนมาอีกทอดหนึ่ง

เอาจริงๆ มันก็เกิดขึ้นได้ครับ...แต่การสั่งงานต่อโดยที่ตัวเองก็ยังไม่ชัดเจนนั้น ก็ไม่น่าจะถือเป็นเหตุผลที่จะหยิบยกมาเป็นข้อแก้ตัวได้

หากได้รับคำสั่งที่ไม่ชัดเจน...เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องทำให้มันชัดเจนก่อนที่จะสั่งงานต่อ

หาไม่แล้วเป้าหมายที่เรากำหนดให้กับลูกน้อง ก็จะไม่มีวันถูกต้องกับเป้าหมายที่เจ้านายต้องการ ไปได้

...

ถึงตรงนี้ เจ้านายทั้งหลาย ก็ต้องสังเกตตัวเอง...รวมไปถึงสังเกต Team Spirit ด้วยครับ

ลูกน้องส่งงานที่ไม่ตรงกับเป้าหมายที่เราต้องการ บ่อยหรือไม่ อย่างไร?

ถ้าบ่อย...เราคงต้องประเมินตัวเองให้จงดี

ว่าเราสั่งงานคลุมเครือ และไม่เปิดโอกาสให้ทีมงานซักถามเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน รึเปล่าหนอ?

หรือเป็นเพราะเราสั่งงานชัดเจนดีแล้ว แต่ทีมงานไม่เข้าใจ กันแน่?

...อย่าให้คำตอบกลายเป็นว่า...เรามีชื่อเสียงในความเป็นเจ้านายที่ชัดเจนในความไม่ชัดเจนเสียล่ะครับ...

#NoteToSelf: 

  • สั่งงานไม่ชัดเจน ก็ไม่ต่างจากบังคับให้ทีมงานขับรถท่ามกลางสายหมอก...แปลว่า จะขับไปเจออะไรข้างหน้าก็มิอาจรู้ได้
  • สั่งงานไม่ชัดเจน, เข้าใจไม่ชัดเจน หรืออะไรก็ตามที่ไม่ชัดเจน...ทั้งเจ้านายและลูกน้อง จงอย่าพึ่งโทษกันไปโทษกันมา แต่ต้องพูดคุยกัน เพื่อให้ Goal ของทั้ง 2 ฝ่าย ถูกต้องตรงกันเสมอ
  • ไม่มีอะไรจะน่าเสียดายไปกว่า การทุ่มเททำงานอย่างเหนื่อยยาก เพียงเพื่อให้มาพบในภายหลัง ว่าผิดเป้าหมาย

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...