Skip to main content

Post#5-196: ใช้ใจเปิดใจ

Post#5-196:
หนึ่งในความท้าทายขององค์กร...ที่ผู้บริหารระดับสูงหมายมาดคาดหวังจะให้บรรลุผลสำเร็จให้ได้เป็นอย่างยิ่ง ก็คือ การทำให้ทุกคนในองค์กร “มีเป้าหมายเดียวกัน”

น่าเสียดายที่จะต้องบอกว่า ยิ่งองค์กรใหญ่มากเท่าไร...ก็ยิ่งทวีความยากขึ้นไปหลายร้อยหลายพันเท่า

และแม้จะยากเย็นแสนเข็ญเพียงใดก็ตาม...การทำให้ทุกคนในองค์กร “มีเป้าหมายเดียวกัน” ก็เป็นเรื่องสำคัญที่มิอาจละเลยได้

...

ก็แล้วจะทำยังไงดีหนอ...จึงจะสร้างให้ทุกคนในองค์กร “มีเป้าหมายเดียวกัน” ให้จงได้?

ขอกระซิบดังๆ ว่าหนทางไปสู่ความสำเร็จที่มุ่งหวังนั้น...มันมีหลายต่อหลายขั้นตอนจริงๆ

แต่หนึ่งในขั้นตอนหลากหลายที่ต้องทำนั้น...ย่อมต้องมีเรื่องของ “การเปิดใจของคนในองค์กร” เป็นสำคัญ

...

หากอยากให้ข้อความจากผู้บริหารระดับสูง เข้าไปประทับอยู่ในสมองและหัวใจของทุกๆ คนในองค์กรแล้วล่ะก็

ก่อนจะ “เปิดหู” ให้พวกเค้าได้ยิน...มันก็จำเป็นที่จะต้องทำให้พวกเค้า “เปิดใจ” พร้อมจะรับฟังให้ได้เสียก่อน

เพราะต่อให้เราตะโกนกรอกหู หรือบังคับให้ท่องจำสักเท่าไหร่ก็ตาม...หาก “ใจ” ของพวกเค้าปิด...ก็แปลว่า “เสียง” หรือ “เนื้อความ” ใดๆ ก็ไม่มีวันทะลวงผ่านไปได้

เปรียบเสมือนเราพยายามเทน้ำใส่แก้วที่คว่ำอยู่...ถามหน่อยเถอะ ว่าน้ำจะเข้าไปในแก้วได้ยังไง?

ดังนั้น เรื่องที่ต้องทำก่อน คือการหงายแก้ว...ไม่ใช่พยายามเทน้ำใส่แก้วที่คว่ำอยู่อย่างนั้น

หรือมิใช่?

...

เมื่อเสียงหรือเนื้อความไม่อาจประทับอยู่ในสมองและหัวใจ...

”เป้าหมายเดียวกัน” ก็ย่อมไม่มีวันจะบังเกิด

ส่วนจะเปิด “หัวใจ” คนในองค์กร...ได้อย่างไรนั้น?

...ถ้าผู้บริหาร ยอม“เปิดหัวใจ” ของตัวเองเสียก่อน...ก็ย่อมจะเห็นหนทาง “เปิดหัวใจ” ของคนในองค์กร ได้อย่างแน่นอน...

#NoteToSelf:

  • เป้าหมายเดียวกัน...เริ่มต้นด้วยการเปิดหัวใจให้พร้อมรับฟัง
  • เมื่อเปิดหัวใจคนในองค์กรได้...เสียงของผู้บริหาร จึงจะผ่านหูเข้าไป และเนื้อความจึงจะประทับลงในสมอง
  • Shared Goal must be accepted by Shared Heart!

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....