Skip to main content

Post#4-347: วิบัติแห่งภาษาไทย

Post#4-347:
ช่วงปีหลังๆ มานี้ ผมไม่ค่อยได้ดู TV เสียเท่าไหร่...เพราะงานที่รัดตัว จึงทำให้มักจะใช้บริการ Youtube เสียมากกว่า

ไม่รู้เป็นโชคดีรึเปล่า...แต่เพราะการที่เมื่อวาน หมอฟันสั่งให้นอนพักอยู่กับบ้าน...ก็เลยทำให้ผมได้ดู TV บ้าง

แล้วก็เนื่องจากไม่ได้ดู TV เสียนาน ผมก็เลยไม่กดรีโมทหนีโฆษณา...ด้วยอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเดี๋ยวนี้โฆษณา TV มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างมั๊ย?

...

เอาจริงๆ ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปจากหลายปีก่อน...นอกเสียจากผมพบว่า มีการใช้คำที่ไม่ถูกต้องเยอะขึ้น

หลายคำฟังแล้วขัดหู และไม่แน่ใจเอาจริงๆ ว่า เป็นเพราะทีมถ่ายทำไม่ได้ใส่ใจ หรือเป็นเพราะเดี๋ยวนี้ภาษาไทยของคนรุ่นใหม่มันอ่อนด้อยลงกันแน่?

ยกตัวอย่างเช่น พวกสินค้าประเภท Sun Block ทั้งหลาย ที่มักจะมีคำว่า ช่วย "ปกป้อง" แสงแดด

เอิ่มมม..."ปกป้อง" เหรอ?...จริงๆ ต้องใช้คำว่า "ป้องกัน" ต่างหาก

หรือแม้กระทั่งรายการ Game Show ต่างๆ ที่ผู้ดำเนินรายการเรียกตัวเองว่า "พิธีกร"

เอ่อ..."พิธีกร" เหรอ?...พิธีกรก็ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับพิธีการสิครับ

พอแค่นี้ก็แล้วกันครับ...เดี๋ยวจะกลายเป็นวิชาภาษาไทยไปเสียก่อน

...

รู้สึกอะไรมั๊ยครับ...ว่าเราใช้คำผิดๆ จนมันกลายเป็นความเคยชิน และรู้สึกว่า ไอ้คำที่ใช้ผิดน่ะ กลายเป็นถูกไปเสียแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำอย่างไม่เข้าใจความหมาย, ใช้คำไม่เหมาะกับบุคคลที่เรากำลังสื่อสารด้วย, เขียนคำโดยไม่ตรวจสอบ, อ่านโดยไม่เฉลียวใจ, ฯลฯ

เรื่องเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้ภาษาไทยเริ่มกลายร่างไปเรื่อยๆ...จนทำให้ผิดกับถูกปนเปกันไปหมด

ผมไม่ได้ anti ภาษาวัยรุ่นนะครับ...นั่นมันเป็นวิวัฒน์ทางภาษาที่ผมเข้าใจ แต่ผมกำลังชี้ประเด็นที่ใช้คำผิดๆ โดยไม่รู้ตัวเลยต่างหาก

...ถ้ามีเวลา google นั่น นู่น นี่ สารพัด...คำไหนไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ ก็ค้นคว้าหน่อยเถอะ พ่อคุณแม่คุณ...

#NoteToSelf: 

  • กลุ้มใจภาษาของคนสมัยนี้จริงๆ...ไม่รู้เป็นเพราะหลักสูตรด้อยลง หรือเป็นเพราะคุณภาพคนสอน หรือเป็นเพราะคุณภาพคนเรียน?
  • เราต้องปกป้องคนโกง...ใช่เหรอ? / ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ xxx, ผม aaa รับหน้าที่พิธีกร...ใช่เหรอ?
  • "คะ" กับ "ค่ะ" ยังใช้ไม่ถูกเลย...#กรรม

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...