Skip to main content

Post#4-355: ASEAN Trade อีกครา

Post#4-355:
ผมพบตัวเองย่ำต๊อกอยู่ในกรุงย่างกุ้งอีกครั้ง เมื่อเช้านี้เองครับ ^^

คราวนี้ มาเพื่อแสดงความยินดีกับเพื่อนชาวพม่า ที่เปิดร้านสาขาใหม่เพิ่มเติม...ทั้งๆ ที่ช่วงนี้เศรษฐกิจที่เมียนมาร์ก็ไม่ได้ดีไปกว่าบ้านเราสักเท่าไหร่

เท่าที่เพื่อนๆ ที่นี่เล่าให้ฟัง...ดูเหมือนเศรษฐกิจของที่นี่ ก็น่าจะซึมยาวไปจนกว่าจะข้ามปี เพื่อรอการลงทุนระลอกใหม่จากต่างชาติ

ดังนั้น ช่วงนี้ พวกเพื่อนๆ ของผม ต่างก็ต้องกัดฟันแบกภาระค่าใช้จ่ายไปก่อน...เพื่อรอให้กำลังซื้อฟื้นตัวกลับมา

...

เท่าที่ตระเวณทำธุรกิจใน ASEAN มาหลายปี...ผมว่า โดยรากฐานแล้ว ผู้คนใน Community นี้ ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักในเรื่องอุปนิสัยในการทำธุรกิจ

นี่ถือเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะเอื้อให้เกิด International Trade ระหว่างชนชาติ ASEAN ได้อีกมาก

นอกจากชาว ASEAN ด้วยกันแล้ว...ผมมองว่า ASEAN countries ยังคงถือเป็นฐานการลงทุนใหม่ของโลก...ซึ่งยังคงมีโอกาสให้เติบโตได้อีกค่อนข้างมหาศาล

...

Market Expansion จึงยังคงเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่เป็น Main Stream สำหรับองค์กรที่มุ่งหวังการขยายตัวที่รวดเร็ว

การต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่...บนพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทานที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนักของ ASEAN...จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่เริ่มอิ่มตัวในประเทศของตัวเอง

ตัวอย่างที่ชัดเจนมากก็คือ ที่นี่มี Brand จากเมืองไทยมากมายมาทำตลาด...เช่นเดียวกับที่เมืองไทยเอง ก็เริ่มมี Brand จาก ASEAN เริ่มเข้าไปทำตลาดแล้วเช่นกัน

...ท่ามกลางกระแสของการค้าแบบไร้พรมแดน...เราเตรียมความพร้อมของตัวเราเองไว้บ้างรึยังครับ?...

#NoteToSelf: 

  • โลกเราเล็กลงเรื่อยๆ จากกระแสแห่ง Globalization...หากเราไม่ปรับตัวตามกระแสโลก ก็คงจะโดนแรงเหวี่ยงจนหลุดออกจากวงโคจร
  • ต่อยอดจากสิ่งที่มี...ใช้ความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการแสวงหาน่านน้ำใหม่ๆ ในการจับปลา...จึงเป็นเรื่องควรทำ
  • อย่ารอจนตัวเองเป็นคนสุดท้ายที่ต้องปรับตัว...เพราะนั่นอาจหมายถึง "สายเกินไป"

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...