Skip to main content

Post#4-354: ชีพจรลงเท้า

Post#4-354:
สายการบิน Garuda Airline เที่ยวบินที่ GA868 ได้พาผมกลับบ้านอย่างปลอดภัย เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง

ระหว่างอยู่บนเครื่อง...ผมฆ่าเวลาด้วยการวางแผนการเดินทางและจัดตารางนัดหมายสำหรับเดือนถัดๆ ไป

พอมาลองไล่ดูแล้ว เกือบ 8 เดือนที่ผ่านมา ผมเดินทางมากถึง 20 Trip...และช่วงต่อจากนี้ ก็ยังมีอีกหลาย Trip ที่จะตามมา

เรียกว่า...ขาเหยียบขึ้นเครื่อง ผมก็คิดถึงบ้านเสียแล้ว

...

แม้ว่าการเดินทางจะกินเวลามาก ตั้งแต่ออกจากบ้านหรือโรงแรม, check-in, ผ่าน ตม., รอขึ้นเครื่อง, รอ take-off ไปจนกระทั่งต้องใช้เวลาอยู่บนเครื่อง

แต่ก็ต้องบอกว่า ขณะอยู่บนเครื่องก็ถือเป็นช่วงเวลาทองคำที่ไม่เลวอยู่เหมือนกันครับ...ไม่ว่าจะใช้เวลาเพื่อทำงาน, คุยงาน, คุยเล่น, ดูหนัง, ฟังเพลง, ทานขนม หรือกระทั่งนอนหลับ

กิจกรรมทุกอย่าง เกือบจะล้วนปราศจากบุคคลที่ 3 มารบกวน (เพราะต้องยกเว้นให้ Air Crew, ผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ และเสียงเด็กร้อง...ซึ่งเอาจริงๆ ก็มีไม่บ่อย)

ดังนั้น ผมจะวางแผนล่วงหน้าก่อนบินเลยครับ...หากว่ามี Business Presentation ที่จะต้องทำ ผมก็จะไม่พลาดที่จะใช้ช่วงเวลาทองคำบนเครื่องนี่แหละ

...

ใครที่เดินทางบ่อยๆ เหมือนผม...ไม่แน่ใจว่าได้สังเกตรึเปล่านะครับ ว่าคืนที่พึ่งลงจากเครื่อง เรามักจะหลับสนิทเป็นพิเศษ (ยกเว้น Jet Lack จาก Long-haul นะครับ)

ผมคาดว่าน่าจะเป็นเพราะ เราขาด Oxygen ขณะอยู่บนเครื่อง...นี่เอง ที่คุณหมอมักจะเตือนว่า ถ้าต้องเดินทางบ่อยๆ ก็จำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากกว่าปกติ

...ใครที่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย จึงไม่ควรเดินทาง ด้วยประการฉะนี้...เพราะนอกจากจะพาตัวเองไปอยู่ในความเสี่ยงแล้ว ยังอาจไปแพร่เชื้อให้ชาวบ้านอีกด้วย (เพราะ Ventilation บนเครื่อง เป็นระบบเกือบปิดไงล่ะครับ)...

#NoteToSelf: 

  • เมื่อต้องเสียเวลาไป...ก็ต้องรู้จักใช้เวลาส่วนอื่นให้คุ้มค่า
  • บินไปเที่ยวเป็นเรื่องสนุก แต่บินไปทำงานก็ต้องหามุมมองอันรื่นรมย์ให้ชีวิตด้วย
  • เดินทางบ่อยๆ ต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพทั้งของตัวเองและคนรอบข้าง...ที่เชื้อโรคมันแพร่ไปทั้วโลก ก็เพราะคนมักง่ายที่อยู่บนเครื่องบินนี่แหละ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....