Skip to main content

Post#5-120: นกทิ้งรัง

Post#5-120:
ตามปกติ เดือนมกราคมของทุกปี มักจะเป็นช่วง peak ของการเปลี่ยนงาน...หลังจากที่ได้รับ Bonus จากที่ทำงานเดิมเรียบร้อยแล้ว

ถามว่าเป็นเรื่องผิดมั๊ย ที่ใครสักคนจะอยากเปลี่ยนงาน?

ผมตอบได้แบบฟันธงเลยครับ ว่านี่เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของเรา

หากแต่...เราควรทำให้การเปลี่ยนงานใดๆ นั้น เป็นไปอย่างถูกต้องและสง่างาม

...

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว การที่ใครสักคนจะลาออกน่ะ อาจจะขึ้นอยู่กับหลายเหตุ-ปัจจัย เหลือเกิน

แต่มูลเหตุจูงใจหลักๆ ก็มักหนีไม่พ้นเรื่องของค่าตอบแทน, โอกาสในการก้าวหน้า, สภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมไปถึงความคับข้องใจในตัวหัวหน้างาน

แรงผลักและแรงดึงที่ผมว่ามานั้น บ่อยครั้งที่มันจะต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กันอย่างเหมาะเจาะพอดี จนทำให้ใครสักคนตัดสินใจที่จะเปลี่ยนงาน อย่างที่ว่า

...

โดยมากแล้ว ผมมักจะสู้กับแรงดึงด้วยแรงรั้ง”...และแรงรั้งนั้นๆ จะชนะหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราเป็นแรงผลักโดยไม่รู้ตัวอยู่รึเปล่า?

แปลง่ายๆ ว่า เราเคยถามตัวเองบ้างมั๊ย ว่าเราเป็นหัวหน้างานที่สร้างให้ทีมงานอยากอยู่ด้วยมั๊ยหนอ?

เพราะแม้เรื่องค่าตอบแทนจะเป็นแรงดึงที่ทรงพลัง แต่บ่อยครั้งหัวหน้างานที่ดี อาจกลายเป็นแรงรั้งที่ทรงพลังยิ่งกว่า ได้อย่างน่าอัศจรรย์

...

ดังนั้น การเป็นหัวหน้างานที่ดี จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นเหลือเกิน...ที่ทุกองค์กรจะต้องให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องค่าตอบแทน

เมื่อท้องอิ่มและใจสบาย...แรงผลักก็จะไม่เกิด และแรงดึงจะทำงานได้ยากยิ่งขึ้น

แต่หากหัวหน้างานทำตัวเป็นแรงผลักมากกว่าแรงรั้ง”...เมื่อมีแรงดึงเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็เตรียมตัวเสียทีมงานไว้ได้เลย

...

ส่วนใครที่เป็นลูกน้องทั้งหลาย ก็จงใคร่ครวญให้จงดี...ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายงาน

จำไว้ว่า การย้ายงานเพราะเงินเป็นเหตุ ไม่เคยเป็นการย้ายงานที่ยั่งยืน...และเป็นเหตุผลหลักที่จะทำให้เราไม่สามารถก้าวหน้าในอาชีพได้ ในระยะยาว

แต่หากว่า เราโดนแรงผลักพร้อมๆ กับมีแรงดึงเกิดขึ้น...แบบนี้ ก็น่าเห็นใจ

ยิ่งถ้าเรามั่นใจแล้วว่า เรารับใช้นายผิดคน”...ผมยิ่งสนับสนุนให้เรารีบ 
say good-bye ให้เร็วเลยครับ

ผมไม่ได้กำลังจะสรุปว่า เราควรจะทำตัวเป็น "กบเลือกนาย" นะครับ...เพราะนั่นหมายถึง นายแบบไหนเราก็ไม่ถูกใจ

แต่ผมกำลังจะบอก (เหมือนกับที่บอกไปหลายครั้งแล้ว) ว่า "นกดีย่อมเลือกกิ่งไม้เกาะ"

ถ้าเรามั่นใจว่า นายเราเป็นนายที่ไม่ดี...อย่ามัวแต่พร่ำบ่น, ก่นด่า หรือนินทาลับหลัง...แต่จงลาออกไปหานายที่ดีกว่า

ถ้าเรามั่นใจว่า เราเป็นนกดี...อย่ากลัวว่าเราจะหากิ่งไม้ที่เราจะพักพิงและเกาะยืนมิได้

...ขอให้การเปลี่ยนงานครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่เยี่ยมยอดของลูกน้อง และขอให้การรับใครเข้าทำงานครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ดีของเจ้านายทั้งหลายด้วยเช่นกันครับ...

#NoteToSelf: 

  • ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิ์เลือกที่จะให้ใครตาม และเลือกที่จะตามใคร
  • ก่อนจะชี้ว่า ใครเป็นนกทิ้งรัง”...ต้องมั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นรังผุๆ
  • เช่นกับที่ก่อนจะทิ้งรังที่ฟูมฟัก...ต้องมั่นใจว่า เราปีกกล้าและขาแข็งมากพอ

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...