Skip to main content

Post#5-143: Oasis ระหว่างเดินทาง

Post#5-143:
เมื่อคืนวาน...ผมอยู่ใน New Year Party ที่น่าจะเป็น Party สุดท้ายแล้ว...สำหรับปีนี้ ^^

แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ที่คับแคบไปบ้าง และอาหารที่มีรสชาติค่อนไปทางลบ...กระนั้น ทีมงานก็สนุกสนานกันอย่างเต็มที่

ช่วงดึกๆ...น้องๆ หลายๆ คนเมาแล้วก็รั่วๆ หน่อย...ลากคนแก่อย่างผมออกไปขยับแข้งขยับขาเสียจนหัวสั่นหัวคลอน

ผมได้แต่ยิ้มแล้วก็ส่ายหัวอย่างขำๆ...เพราะงานนี้ก็จัดขึ้นเพื่อให้น้องๆปลดปล่อย”...ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย

เช้านี้ผมถึงกับต้องไปนอนให้หมอนวดช่วยคลายเส้น...เพราะอยู่ในงานจนดึกดื่น และยืนจนเส้นตึงไปหมด ^^

...

ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง หรือหนักหนาสาหัสเงินในกระเป๋าจริงๆ...ผมก็อยากสนับสนุนให้เจ้านายทั้งหลาย จัดงาน Party แบบนี้ให้กับน้องๆ

อย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดีครับ

เอาจริงๆ ผมว่า Party แบบนี้...มันช่วย detox อารมณ์สวะที่หมักหมมอยู่ในใจของน้องๆ ได้มากจริงๆ

นอกจากนั้น มันยังเป็นตัวสร้าง bonding ให้เกิดขึ้นในระหว่างทีมงาน ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

...

เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยแชร์มาก่อนเลย...ก็คือผมชอบคุยกับน้องๆ ตอนที่กำลังกึ่มๆ ได้ที่ ^^

นี่อาจจะเป็นประโยชน์อันน้อยนิดของแอลกอฮอล์...ที่ทำให้คนเราสามารถพูดหรือแสดงสิ่งที่เวลาปกติไม่สามารถทำได้ ออกมา

แม้ว่าบางเรื่องมันอาจจะฟังแล้วแสลงหู เข้าข่ายเป็น Disgusting Fact...แต่ผมกลับยินดีจะรับฟังมัน มากกว่าจะต้องฟัง Beautiful Lie

นี่เอง...ที่อาจจะเป็นการ detox อารมณ์สวะใน Sub-concious ของน้องๆ ออกมาโดยที่พวกเค้าไม่รู้ตัว

New Year Party หรือ Staff Party จึงทำหน้าที่เสมือน Oasis ที่เป็นจุดแวะเติมพลังให้น้องๆ เดินทางไปต่อได้...ท่ามกลางความไม่รื่นรมย์ทั้งหลายทั้งปวงที่พวกเค้าต้องพบเจอกันมาทั้งปี

...ยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้จัดงานแบบนี้ให้...และหวังว่าจะมีโอกาสได้จัดให้อีกในทุกๆ ปี และกับทุกองค์กรที่ดูแลอยู่ครับ...

#NoteToSelf: 

  • ปีนึงได้ปลดปล่อยครั้งนึง...มันอาจจะน้อยไปหน่อย แต่ก็เต็มใจและตั้งใจจัดให้จริงๆ
  • จะลากผู้ใหญ่ไปเต้นหรือร้อง...ช่วยเลือกเพลงให้เหมาะกับวัย และกรุณาทนุถนอมหน่อย เพราะอะไหล่รุ่นนี้ ไม่มีแล้วจ้า ^^
  • ไม่ต้องรอให้กึ่มๆ ก็คุยเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจได้...ส่วนใหญ่ เจ้านายทั้งหลาย พร้อมรับฟังและยินดีช่วยเหลืออยู่แล้ว

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...