Skip to main content

Post#5-122: จับสลากแลกของขวัญ

Post#5-122:
หนึ่งในความสนุกของงานปีใหม่...ย่อมต้องมีช่วงจับสลากแลกของขวัญ อันเป็นกิจกรรมสัญลักษณ์ อยู่ด้วย อย่างไม่ต้องสงสัย

ผมเองก็ชอบกิจกรรมนี้ไม่น้อย...เพราะชอบแอบสังเกตว่า ใครเอาอะไรมาจับสลากบ้าง?

ปกติแล้ว การจับสลากแลกของขวัญ ก็จะมีการกำหนดงบประมาณ”...และเจ้างบประมาณนี่เองครับ ที่เป็นตัวบ่งชี้อะไรได้หลายมุม

...

บางคนก็ตั้งใจเลือกของขวัญมากๆ...

แต่แน่นอนว่า ส่วนใหญ่ มักจะเลือกของขวัญแบบขอไปที

ของขวัญแบบขอไปทีก็คือ ของขวัญที่คนซื้อดูจากงบประมาณเป็นสำคัญ...และมักจะเป็นของที่ใครจับสลากได้ ก็มักจะย่นจมูกพร้อมทั้งทำเสียงชิอยู่ในใจ ^^

และก็มีไม่น้อย ที่เน้นเลือกของขวัญจับสลากแบบเรียกเสียงฮาเป็นสำคัญ

พวกของขวัญสายฮานี้ ถูกใจกลุ่มชน แต่ขัดใจคนได้รับ...ลงท้ายแล้ว หลังจบงาน ของขวัญสายฮา มักเป็นภาระของผู้โชคดี (ร้าย?) ที่จะเก็บก็ขัดใจ และจะทิ้งก็เกรงใจ

ดังนั้น คนที่เลือกของขวัญจับสลากแบบสร้างสรรค์”...จึงน่าจะเป็นคนที่บริหารงบประมาณได้สอดคล้องกับความอยากได้ของผู้รับของขวัญ

...

อาจจะเป็นการด่วนสรุปเกินไปก็ได้ครับ...

แต่ผมพบว่า โดยมากแล้ว เราใช้ชีวิตกับเรื่องเล่นๆ อย่างไร เราก็มักจะใช้ชีวิตในแนวคล้ายๆ กัน กับเรื่องงาน

ก็แปลว่า มันก็น่าจะมีแนวโน้มที่เราจะสามารถวิเคราะห์ตัวตนของคน ได้จากเรื่องเล่นๆรึเปล่าหนอ?

...

เป็นไปได้มั๊ยว่า ถ้าเราเลือกของที่แม้แต่เราก็ไม่ชอบ ไปจับสลาก...ก็หมายความว่า เรามีแนวโน้มที่จะส่งต่องานที่ไม่มีคุณภาพ ไปให้กับเพื่อนร่วมงาน?

เอาจริงๆ ผมก็รู้สึกว่า ผมอาจจะคิดมากไปสักหน่อยเหมือนกัน...กับอีแค่เรื่องหาของขวัญไปจับสลาก

แต่คราวหน้า ถ้าเราใส่ใจกับการเลือกของขวัญที่ผู้รับจะยินดีและพึงใจเมื่อได้รับ

...ก็อาจจะเป็นการฝึกตัวตนของเรา ให้ส่งมอบงานที่ดีและมีคุณภาพต่อให้กับเพื่อนร่วมงาน กระมังครับ?...

#NoteToSelf: 

  • ตัวตนที่แท้จริง มักจะเปิดเผยในยามที่เราผ่อนคลาย, เผลอไผล หรือทำอะไรที่ไม่มีกรอบควบคุมมากนัก
  • เป็นเรื่องเล่นๆ...ที่น่าคิดจริงๆ #แค่เรื่องเลือกของขวัญจับสลากเอง #อย่าคิดมาก
  • แต่ที่แน่ๆ...ของขวัญจับสลากจากผู้บริหารน่ะ ขอเป็นเงินหรือทองเท่านั้นนะจ๊ะ...นอกนั้นฟาวล์”!

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...