Skip to main content

Post#5-147: เป้าหมายที่หมายมุ่ง

Post#5-147:
วันนี้ทั้งวัน ผมอยู่ในงานแถลงนโยบายขององค์กรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง...ซึ่งผมคุ้นเคยมาแสนนาน

ระหว่างที่ฟังนโยบายจากท่าน CEO...ผมก็ชวนพี่ๆ ที่ฟังอยู่ด้วยกัน หารือร่วมกันไปด้วย ถึงวิธีที่จะ deploy นโยบายให้เป็น Action Plan ให้ทั่วถึงทั้งองค์กร

มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากอย่างที่ท่าน CEO เน้นย้ำ...คือ การที่ทุกคนในองค์กรจะต้องมี “เป้าหมายเดียวกันและร่วมกัน”

และมันก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย...ว่าแต่ละตำแหน่งงาน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จำเป็นจะต้องมี “แผนที่” ที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ได้

...

แปลง่ายๆ ชัดๆ ว่า...มีเป้าหมายเดียวกันและร่วมกัน ยังไม่พอ

เพราะแต่ละคนในองค์กร จำจะต้องรู้ชัดเจนด้วยว่า จะเดินทางไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ได้อย่างไร...โดยให้มีความสอดคล้องและข้องเกี่ยวกัน

เรียกว่า แม้นายท้ายจะเก่ง แต่ถ้าฝีพาย พายไปคนละทาง หรือจ้วงไม่พร้อมกัน ก็มีหวังพายเรือวนเป็นวงกลมอยู่อย่างนั้น...นั่นเอง

...

ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบอยู่เสมอ...ว่าความเข้าใจของเราที่มีต่อเป้าหมายขององค์กรนั้น คลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนไปบ้างรึเปล่า?

ไม่ใช่ว่าเราเข้าใจตรงกับเพื่อน แล้วจะแปลว่าตรงกับองค์กรนะครับ...เรากับเพื่อนอาจจะคลาดเคลื่อนทั้งคู่ก็ได้

ยิ่งองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไหร่...ยิ่งต้องใส่ใจกับทิศทางการทำงานของเราเองและทีมที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น

และต้องจำไว้ครับ ว่าหากเราต้องการอยู่ในองค์กรที่ยั่งยืน แล้วล่ะก็...เราต้องเริ่มสอนตัวเอง ให้เห็นแก่ “ชัยชนะขององค์กร” เป็นใหญ่กว่า “ชัยชนะส่วนตน”

...เพราะเมื่อองค์กรอยู่รอดอย่างยั่งยืน...ก็ย่อมหมายถึงเราย่อมอยู่รอดได้อย่างยืนยาวครับ...

#NoteToSelf:

  • งานแถลงนโยบาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจแนวทางได้ตรงกัน อันนำมาซึ่งการสร้างแผนงานที่สอดคล้องกัน
  • แต่แค่มีแต่นโยบายกับแผนงาน ก็ยังไม่พอ...แต่ละคนในองค์กรต้องทำงานด้วยความมุ่งมั่นและสามัคคีกันด้วย
  • เมื่อใดที่มีเป้าหมายเดียวกัน, ทิศทางเดียวกัน และหัวใจเดียวกัน...ความสำเร็จก็อยู่ที่ปลายทางแล้ว

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....