Skip to main content

Post#5-157: FTFT

Post#5-157:
เอาจริงๆ ก่อนมา Family Trip คราวนี้...ผมมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก...เรียกว่าแทบไม่ได้ทำการบ้านว่าควรไปเที่ยวแถวไหน ทานอะไร เหมือนทริปก่อนๆ

อาศัยว่าจัดเป็น Private Group Tour...ก็เลยง่ายๆ สบายๆ หน่อย...อยากอยู่ที่ไหนนานขึ้นก็ตามใจ หรืออยากจะยกเลิกที่ไหนก็ทำเลย

ยึดเอาที่ลูกๆ สนุกและพอใจเป็นหลัก...ส่วนพ่อๆ แม่ๆ น่ะ เป็นแบบ “วิวไม่เน้น ช้อปสนุกกินอร่อย” เป็นพอ ^^

...

ด้วยความที่ชีวิตผมยุ่งเหยิงมากเวลาอยู่เมืองไทย...ดังนั้น การได้มาต่างประเทศทั้งครอบครัว จึงเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับผม เสมอ

ยิ่งโดยเฉพาะมันทำให้ผมได้อยู่กับลูกตลอดเวลา...ได้พูดคุย จูงมือ และทานข้าวด้วยกันทุกมื้อนี่ มันคือ “ความสุข” ที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อจริงๆ

บางท่านอาจจะไม่เข้าใจ...แต่ถ้าใครอยู่ในสังคมเมืองแบบผม ก็จะรู้ว่า ผมไม่ได้กล่าวเกินจริง เพราะชีวิตในเมืองมันแทบหาเวลาอยู่ด้วยกันไม่ได้เอาเสียเลย

...

ลองคิดตามดูก็ได้ครับ...

วันธรรมดา...เราใช้ “เวลาเกือบทั้งหมดที่มี” ไปกับการทำงานและหารายได้ให้มากพอที่จะพอเลี้ยงชีพและครอบครัว

ส่วนวันหยุด...เราจึงต้องใช้ “เวลาที่มีเกือบทั้งหมด” ไปกับการหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์และความผูกพันในครอบครัว

...

แม้ว่า “เวลาเกือบทั้งหมดที่มี” จะมากกว่า “เวลาที่มีเกือบทั้งหมด”...

หากแต่เวลาอย่างหลัง...กลับยาวนานเกือบจะเป็นนิรันดร์อยู่ในความทรงจำของเราเสมอ

และจงได้โปรดระลึกไว้เสมอ...ว่า ไม่ว่า “เวลาที่มีเกือบทั้งหมด” กับครอบครัวจะเหลือน้อยเพียงใด

...แต่มันสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง...ซึ่งเรารู้จักมันดีในชื่อว่า “Family Time” นั่นยังไง!...

#NoteToSelf: 

  • จงใช้เวลาเกือบทั้งหมดที่มีในการตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเลี้ยงชีพ...เพื่อที่ในวันหยุด เราจะได้ใช้เวลาที่มีเกือบทั้งหมด กับครอบครัว ได้อย่างเต็มที่
  • ชีวิตมันอาจจะไม่ง่าย จนทำให้เรามีเวลาว่างให้กับครอบครัวน้อยไปบ้าง...แต่มันสำคัญมาก ว่าเวลาว่างที่มีทั้งหมด เราให้กับครอบครัว อย่างเต็มที่ หรือไม่?
  • FTFT คือการรวมทั้งเวลาและสถานที่เข้าไว้ด้วยกัน...ทำให้เราได้อยู่กับครอบครัวตลอด 24 ชั่วโมง...Family Trip is Family Time!

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....