Skip to main content

Post#5-158: เหรียญ 2 หน้า...ของแต่ละอาชีพ

Post#5-158:
หนึ่งในอาชีพที่ผมเคยอยากเป็นไม่น้อยเลย...ก็คืออาชีพ Tour Guide ^^

ที่เป็นแบบนั้น ก็เพราะผมชอบเล่าเรื่อง...และอาชีพนี้ ก็ต้องสรรหาเรื่องนู่น นั้น นี่ รวมไปถึงตำนานสารพัน มาเล่าให้ลูกทัวร์ฟังแก้เบื่อระหว่างเดินทาง

รวมไปถึง คนที่จะเป็น Tour Guide ได้ดี...ยังต้องเป็นคนที่รักในการ update ข้อมูลต่างๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นที่กิน, ที่เที่ยว, ที่ช้อป, สภาพอากาศ, อัตราแลกเปลี่ยน, ราคาข้าวของ และ ฯลฯ

แปลว่า ไม่ใช่ว่าจะพูดภาษาท้องถิ่นเป็นอย่างเดียว...แล้วจะเป็น Tour Guide ได้

...

น่าเสียดายอยู่นิดหน่อยครับ...ที่ทางชีวิตผมไม่ได้ไปทางอาชีพนี้เลย จึงได้แต่เป็น Tour Guide จำเป็น สำหรับ Family และ Peer Gang บ้างเท่านั้น

กระนั้น ผมก็ยังได้สนุกสนานพอได้ fulfill ความฝันของตัวเอง และก็ได้อิดหนาระอาใจไปพร้อมๆ กันด้วย

ก็เพราะการเป็น Tour Guide ไม่ได้มีฉากหน้าบ้านที่ได้เที่ยวฟรี กินฟรี มีตังค์ใช้ อย่างเดียว...แต่หลังฉากนี่ งานของ Tour Guide นั้น ไม่ได้ง่ายและสวยหรูอย่างฉากหน้าเลยครับ

...

เอาจริงๆ ทุกอาชีพต่างก็มีทั้งหน้าฉากที่สวยงาม และหลังฉากที่ขมขื่นอยู่ในตัว...เสมือนเหรียญที่มี 2 หน้า นั้นอย่างไร

ดังนั้น ใครยังได้กำหนดเข็มชีวิตของตัวเอง หรือใครที่กำลังคิดจะเบนเข็มชีวิต...ก็จงศึกษาทั้งหน้าฉากและหลังฉากให้ถ่องแท้เสียก่อน

การเปลี่ยนเข็มชีวิตบ่อยๆ น่ะ...ไม่ได้เป็นเรื่องดีเลยครับ...เพราะยิ่งเปลี่ยนบ่อย ชีวิตก็จะ settle down ได้ช้าเท่านั้น

...และจงจำไว้ให้จงดีว่า หน้าฉากที่สวยหรู อาจมีหลังฉากที่ดำมืดรออยู่ ก็เป็นได้ครับ...

#NoteToSelf: 

  • อาชีพเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทางเดินชีวิตของเรา...ดังนั้น อย่าทำเหมือนกำลังเล่นเกม ที่สามารถจะ reset เพื่อเริ่มต้นใหม่ได้อยู่บ่อยๆ
  • ก่อนจะเลือกคว้าเหรียญใดๆ มาไว้ในมือ...พลิกทั้งด้านหน้าและด้านหลังดูให้แน่เสียก่อน
  • พูดภาษาได้ ไม่ได้แปลว่าเป็น Tour Guide ได้...จบปริญญาโท ก็ไม่ได้แปลว่า ทำงานได้เลิศเลอ 
  • ดังนั้น ทุกคนจึงควรตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด...อย่าให้ขายหน้าและเสียชื่อเพื่อนร่วมอาชีพ

Comments

Popular posts from this blog

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#5-365: กรรมเก่า...หรือเราเอง?

Post#5-365: เชื่ออย่างผมมั๊ยครับ ... ว่าถ้าไม่นับรวม “ นิพพาน ” แล้วล่ะก็ ... การสิ้นสุดใดๆ อาจย่อมหมายถึงการเริ่มต้นบางอย่างใหม่เสมอ ? ผมเชื่ออย่างนั้นไม่น้อย ... ก็เพราะชีวิตของเรา ... ล้วนแต่เป็นไปตาม หรือเต็มไปด้วย “ วัฎฎะ ” ( แปลว่า “ การเวียน ”) ... ลองคิดตามดูก็ได้ครับ ผิดซ้ำๆ ซากๆ , อกหักซ้ำๆ ซากๆ , จนซ้ำๆ ซากๆ , เจ็บซ้ำๆ ซากๆ ... และอีกสารพัดที่เราเป็น , ทำ หรือเจอ แบบซ้ำๆ ซากๆ แต่เราเคยฉุกคิดบ้างมั๊ยหนอ ... ว่าทำไมความซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้ ถึงเกิดขึ้นกับตัวเราแบบซ้ำๆ ซากๆ ? เป็นเพราะ “ กรรมเก่า ”? หรือเอาจริงๆ ... เป็นเพราะเรานั่นล่ะ ที่ไม่เคยสำนึกที่จะเรียนรู้จากความซ้ำๆ ซากๆ เหล่านั้น ? ... ถ้าเป็นเพราะกรรมเก่าจริง ... ก็แล้วทำไมเราไม่ ถูกซ้ำไปซ้ำมา , สำเร็จจนเบื่อ หรือรวยจนเกินรวย บ้าง ? ทำไมต้องมีแต่เรื่องไม่ดีเท่านั้น ... ที่ต้องเกิดขึ้นกับเรา ? งั้นถามใหม่ว่า ... ตกลงเป็นเพราะกรรมเก่า หรือตัวเราเอง ? ... รวมความแล้ว ... ถ้าเราไม่คิดจะปรับปรุงตัวเราให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ก็อย่าหวังเลย .....