Skip to main content

Post#5-223: อ้างอิงอดีต

Post#5-223:
เคยได้ยินประโยคประมาณว่าผลตอบแทนในอดีตของ xxx มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคตกันบ้างมั๊ยครับ?

แล้วเชื่อตามที่ว่า กันมั๊ยครับ?

คำถามคือ ถ้าผลงานในอดีตไม่ใช่ตัวสร้างความเชื่อมั่นแล้ว...ทำไม สถาบันการเงินต่างๆ ยังคงต้องใช้อ้างอิงต่อนักลงทุนอีก?

...

จริงอยู่ครับ...ที่อดีตมิอาจเป็นตัวทำนายอนาคตได้เสมอไป

หากแต่เราคงปฏิเสธไม่ได้...ว่ามันอาจมีผลในการสะท้อนภาพบางอย่าง ได้ไม่น้อยเลย

เช่น ถ้าเราพบว่า CV ของใคร มีความยอดเยี่ยม, เรียนดี, กีฬาเด่น...เราก็มักจะลงความเห็นว่า ใครคนนั้นก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ มากกว่าคนที่มี CV ที่ธรรมดาๆ

แม้ว่า เราจะไม่มีทางรู้เลย...ว่าใครคนที่ว่า จะดีจริงตามที่อดีตได้บ่งชี้ ไว้หรือไม่หนอ?

...

กระนั้นก็ดีครับ...

ในเมื่อกงล้อแห่งประวัติศาสตร์ มักจะหมุนทับรอยเดิมเสมอ

เราก็มีเหตุให้พอเชื่อได้ว่า...คนที่มีประวัติที่ดี ก็มีแนวโน้มที่จะดีต่อไปสิน่า

งั้นผมถามต่อว่า ก็แล้วมันถูกมั๊ยหนอ ถ้าเราจะเชื่อแบบนี้?

...

ผมขอตอบว่า...ก็อาจจะไม่ผิดก็แล้วกันครับ

เพราะมันก็อาจจะเป็นไปได้ ที่ คนที่เคยทำผิดมาก่อน ก็อาจจะสำนึกได้...และเราอาจจะเป็นให้โอกาสกลับตัว แก่ใครคนนั้น

เช่นเดียวกับ คนที่เคยทำดีมาตลอด...ก็อาจจะดีแตก ก็เป็นได้ เช่นกัน

...

ดังนั้น การมองย้อนกลับไปในอดีต ย่อมนำมาใช้เป็นแนวทางได้เพียงส่วนหนึ่ง

ส่วนหนึ่งที่ว่า อาจจะเป็นส่วนใหญ่หรือส่วนน้อย...ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม

แต่จงอย่าลืมเผื่อที่สำหรับความเป็นไปได้บางอย่าง...ของความผันผวนแห่งอนาคตไว้ด้วย ก็แล้วกันครับ

...สรุปว่า เราต้องให้โอกาสไปพร้อมๆ กับไม่ประมาทก็น่าจะดีไม่น้อยเลย...

#NoteToSelf:

  • จงอย่าอ่านคนหรือสถานการณ์ โดยดูจากผลลัพธ์เพียงเท่านั้น...เพราะเหตุ-ปัจจัยนั้น มีได้หลากหลาย
  • ทำงานดี...แต่ผลลัพธ์แย่ก็มีมาก และทำงานแย่...แต่ดวงดีก็มีอยู่ถม
  • ให้คนตั้งใจจริง ได้มีโอกาสสร้างผลงาน...และจงอย่าประมาทว่า คนที่สำเร็จมาเยอะ จะต้องสำเร็จทุกครั้งไป
  • เผื่อโอกาสไว้สำหรับการเรียนรู้ของคน...และเผื่อหัวใจไว้สำหรับความผิดหวังบ้าง

Comments

Popular posts from this blog

Post#2-227: Corrective Action vs Preventive Action

Post#2-227: วันนี้ผมมีโอกาสดีได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง หลักใหญ่ใจความสำคัญของการประชุมก็คือการติดตามยอดขายของสินค้าสำคัญบางรายการ ซึ่งขายช้ากว่าปกติ ภาพหนึ่งที่สามารถใช้ประเมินความแข็งแกร่งขององค์กร ก็มักจะถูกสะท้อนผ่านการประชุมไล่ยอดขายนี่แหละครับ เพราะยอดขายถือเป็นเป้าหมายสุดท้ายขององค์กรที่แสวงหาผลกำไรทั้งปวง เมื่อไล่ยอดขายครั้งใด ก็มักจะพบสาเหตุของปัญหา และจะสามารถประเมินระดับขององค์กรและผู้บริหารได้จากวิธีการ response ต่อปัญหาที่พบ บางองค์กรเก่งในการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่บางครั้งกลับไม่ได้มองไปถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และมีอีกหลายองค์กรที่ชวนคุยเรื่องการวางแผนป้องกันไฟไหม้ แทนที่จะหาวิธีดับไฟที่กำลังไหม้องค์กรอยู่ บ่อยครั้งที่การไม่ลำดับความสำคัญก่อนหลังในการแก้ปัญหา มักจะส่งผลเสียมากกว่าที่จะประเมินได้ ดังนั้น ทุกคนในองค์กรจึงต้องจัดการกับไฟที่ไหม้อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมาวางแผนป้องกันไฟไหม้ ซึ่งปีก่อนผมก็พูดถึงเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว (Post#224) และแน่นอนว่า ไม่ใช่เก่งแต่การดับไฟตะพึดตะพือ หากต้องวางแผนป้องกันไม่ให้ไฟไหม้ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย หาไ...

Post#355: ทำได้ vs ทำเป็น

Post#355: ส่วนใหญ่แล้ว เรามักแยกแยะไม่ค่อยถูกว่า ระหว่าง "ทำได้" กับ "ทำเป็น" น่ะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน "ทำได้" แปลว่า ทำได้ ขอให้แค่เสร็จๆ ไป ไม่ต้องสนใจว่างานออกมาดีมั๊ย ส่วน "ทำเป็น" แปลว่า ไม่ใช่แค่สักแต่ลงมือทำ แต่ต้องทำให้ได้ดีด้วย ถ้ายังงงๆ ผมจะยกตัวอย่างเพิ่มให้นะครับ คนที่ขับรถได้ มีความสามารถในการทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ แต่อาจจะเป็นพวกที่ขับรถแบบไร้มารยาท, ขับรถอันตราย หรือขับรถเห็นแก่ตัว, ฯลฯ ส่วนคนที่ขับรถเป็นนั้น นอกจากสามารถบังคับให้รถเคลื่อนที่ได้แล้ว ยังใส่ใจคนที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย เรียกว่าขับรถอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม ^^ ตีกอล์ฟได้ก็คือเหวี่ยงไม้ให้ลูกกอล์ฟไปข้างหน้า แต่ตีกอล์ฟเป็น นอกจากเหวี่ยงไม้ให้ลูกไปข้างหน้าแล้ว ยังต้องใส่ใจคนที่เล่นกอล์ฟอยู่รอบๆ ทั้งก๊วนเรา ทั้งต่างก๊วนด้วย พอเห็นความต่างชัดขึ้นมั๊ยครับ? ขับรถได้จึงต่างจากขับรถเป็น, เล่นกอล์ฟได้จึงต่างจากเล่นกอล์ฟเป็น ฉะนี้ ดังนั้น "ทำงานได้ " กับ "ทำงานเป็น" นั้น คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแน่ๆ เอ...หรือว่าผมก็แค่ "โพสต์ได้...

Post#4-016: I'm authentic of being inauthentic...

Post#4-016: ช่วงหลายปีหลังๆ มานี้ ผมมักจะได้ยิน Guru ด้าน Personality และ Leadership หลายๆ ท่าน ออกมาสอนเรื่อง Authenticity อันว่า Authenticity นี้ แปลแบบสละสลวยก็คือ ความเป็นเนื้อแท้, เข้าใจยากไปใช่มั๊ยครับ งั้นแปลใหม่แบบบ้านๆ ว่า ความตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่างเช่น เรารู้สึกอะไรอย่างไร เราก็จริงใจที่จะบอกออกไป...เพื่อนชวนไปเที่ยวกลางคืน เราก็บอกออกไปตรงๆ เลย ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป...แบบนี้เป็นต้น ... ในความเข้าใจของผมนั้น Authenticity ในมุมมองของ Personality กับ Leadership นั้น ไม่เหมือนกัน การที่เรามีบุคลิกที่ authentic นั้น หมายถึงเราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ส่วนการที่เราเป็นผู้นำแบบ authentic นั้น หมายถึง การที่เราทำอะไรอย่างจริงจัง มุ่งมั่น และทำได้จริงอย่างที่พูด แต่ Authentic Leader จำเป็นจะต้องมี Authentic Personality ด้วยรึเปล่านะ? ... ผมมิอาจสรุปแทน Leader ท่านอื่นๆ ได้...แต่สำหรับตัวผมเอง ยอมรับอย่างไม่ลังเลเลยว่า "Sometimes you have to be authentic of being inauthentic..." แปลว่า "บางครั้งเราจำเป็นต้องเปิ...